User Review กับกลไกการเลือกซื้อสินค้าแบบคนไอที+การตลาด

พอดีว่า หงุดหงิดมานานแล้ว กับการใช้เม้าส์ Microsoft Arc Mouse ไร้สาย ที่รอบแรก ใช้ไปไม่ถึง 6 เดือนก็ต้องเคลมไปเพราะมันไม่ขยับเลย ได้ตัวใหม่มาเป็นสีดำ ก็เลื่อนสกอลล์แล้วไถลไปไหนไม่ได้ (เฉพาะหน้าเว็บ กับทุกบราวเซอร์) ใน Word ไม่ค่อยเห็น แล้วยิ่งวันนี้ ทำสไดล์แบบรีบๆด้วย ก็ยิ่งหงุดหงิดอารมณ์ขึ้นไปใหญ่ เพราะงานก็ต้องทำ รีบก็ต้องรีบ พาลจะหงุดหงิดเม้าส์ เพราะเวลาเล่นเวบ เลื่อนหน้ายาวๆ ก็ต้องไปกด Page Up, Page Down หรือลูกศรแทน หรือใช้เม้าส์คลิกลากลูกศรแถบด้านขวาขึ้นลงแทนเลย ที่นี้ก็เลยอยากจะหาเม้าส์ที่มันไม่หงุดหงิด ไม่เอาแพงแล้ว เพราะขนาดเม้าส์ราคาร่วมสองพัน ยังเคลมไปแล้วรอบนึงในเวลาไม่ถึง 6 เดือนเลย

ที่นี้พอจะหาเม้าส์ ก็เลยมีกลไก วิธีการในการเลือกซื้อ ที่จะมาร่วมแบ่งปันให้เพื่อนๆครับ อันดับแรก อยากได้เม้าส์ไร้สาย ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นยี่ห้ออะไร หรือว่าแบบเลเซอร์หรือออฟติคัล ค้นหาจาก Google ก่อนเป็นอันดับแรก ดูรีวิวเม้าส์ต่างๆ จดรุ่นไว้ เพราะยังไม่ได้ดูตัวจริง ยังไม่ได้ลองจับดูว่าเหมาะมือเราไหม เหตุผลที่ค้นหาจาก Google ก็เพราะว่า ตอนนี้เรามีการรีวิวโดยผู้ใช้งานจริง คือกลุ่ม Blogger ที่รีวิวใน Bloggang, Exteen ต่างๆ จากการค้นหา Google เช่นเม้าส์ Kensington ก็เจอรีวิวเม้าส์ที่ผมเคยรีวิวไว้ แนะนำเม้าส์ไร้สายราคาถูกใจ Kensington Ci75m Wireless Notebook Mouse และไปเจอกระทู้ใน Pantip Kensington …. Mouse ที่ละลายในมือ เพราะผมจะหาข้อมูลดูว่า สินค้าที่เราต้องการ กำลังสนใจนั้น มีคนพูดถึงอย่างไรบ้าง เพราะจากการเล่น Pantip มาเป็นสิบปี ทำให้ผมรู้ว่า สินค้าใหม่ อย่าเพิ่งซื้อ ปล่อยมันออกมาสัก 3 – 4 เดือนก่อน ให้มีคนเอามาใช้ รีวิว พูดถึง ดีหรือไม่ดี มีการปรับปรุงอะไรก็อยู่ในช่วงนี้ อย่างมือถือ ก็จะรอ 3 – 4 เดือน เผลอๆ ราคาลง หรือเฟิร์มแวร์ไม่ดี ก็มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ และค้นหารีวิวความเห็นจาก Blog ต่างๆ เช่น st.GizMo

เมื่อหาข้อมูลแล้ว สำรวจตลาดจริง ในกรณีวันนี้ผมเดินห้างไอทีมอลล์ หากเป็น Pantip ผมจะเลือกร้าน P&Y เพราะมีตัวเลือกเยอะ สมัยก่อนจะมีร้านไดโนเสาร์ ตอนนี้ผมเลยไปเดิน IT City ที่เคยได้ชื่อว่าห่วยบรม เคยซื้อ Mobile Charger 1 เดือนพัง ส่งซ่อมไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 จนป่านนี้ไม่มีวี่แวว เคารพขอด่า IT City สาขาสยามพารากอน (ใบเสร็จผมยังเก็บไว้อยู่) แต่เพราะมีตัวเลือกเยอะมาก แล้วก็เคยใช้ Kensington แล้วประทับใจ ตัวที่เคยรีวิว ไม่ได้ใช้แล้วเพราะ Reciever หาย แล้วก็เม้าส์หล่นพื้นบ่อย จนแม่เหล็กมันหลุดหล่นหายไปไหนไม่รู้ต้องพันสก๊อตเทป ส่วนยางก็ละลายไปแล้ว

พอเข้าไปในร้านก็สำรวจ ดูราคา ดูสเปค ถ้าเป็นของ Microsoft / Logitech / Kensington จะดีหน่อยเพราะมีข้อมูลสินค้า มีตารางเปรียบเทียบ คราวนี้ ผมไม่คิดจะซื้อเม้าส์ราคา 2 พันแล้ว จากที่คิดว่า ลงทุนซื้อเม้าส์ราคา 2 พัน อยู่ยาวๆ 3 – 5 ปี คิดผิดมาก เลยกะไว้ 1000 + / – คิดว่าไม่ Logitech ก็ Kensington ตอนแรกก็สนใจ Logitech Wireless Mouse M305 / Logitech Wireless Mouse M505 / Logitech Wireless Mouse M215 แต่พอพนักงานปรี่เข้ามา ก็ลองสอบถามข้อมูลสินค้า (นิสัยของผม ติดมาจากบริษัทเก่าคือ ลองสอบถามข้อมูลจากพนักงาน หากพนักงานไม่มีความรู้สินค้าดีพอ ตอบไม่ได้ เดินประกบ ยืนประกบสร้างความกดดัน หรืออยู่ๆเดินหนีไปเฉยๆ หรือแม้กระทั่งเดินมาถามว่า สอบถามได้นะครับ ผมจะเดินหนีออกทันที เพราะรู้ว่าพนักงาน ไม่ได้มีความรู้เรื่องสินค้า กะเอาขายว่างั้น) พนักงานก็แนะนำ Logitech Wireless Mouse M310 ตัวนี้น่าสนใจ สีน้ำเงินสวย แถมใหญ่จับถนัดมือกว่า Microsoft Arc Mouse เสียอีก ทีผมต้องบีบมือไปกุมเม้าส์ไว้ ความต้องการตอนนี้ของผมคือ 1. เม้าส์ไร้สาย 2. อยากได้แบบ Laser 3. ไม่จำเป็นต้องแพงเกินพัน อาจจะพันต้นๆ บอกพนักงานไป พนักงานให้ข้อมูลว่า มีตัว Wireless Mouse M310 ที่เป็นเมาส์เลเซอร์แบบไร้สาย และราคาถูก ประกัน 3 ปี ผมสำรวจอีกครั้ง โดยการอ่านสเปคอย่างละเอียด (Logitech มักไม่บอก DPI ของเม้าส์ เซ็งตรงนี้) จากนั้นผมก็ใช้ iPhone เข้า Google พิมพ์ในช่องค้นหาว่า “logitech M310 รีวิว” ผลลัพธ์ที่ได้คือ รีวิวในประเทศไทย ได้ข้อมูลจาก Notebookspec แต่ไม่ใช่การรีวิว ข้อดี ข้อเสีย ยังไม่เจอ blog ของใครพูดถึง ส่วนของเมืองนอกก็จะมีรีวิวของเว็บ Logitech แต่จะมี User Review ด้วย สุดท้ายแล้ว ข้อมูลสินค้า ได้มาจาก 1. ข้อมูลบน Shelf 2. ข้างกล่อง 3. สินค้ารุ่นนี้ใหม่ ไม่มีในตารางเปรียบเทียบที่ติดไว้บน shelf ดังนั้น ข้อมูลที่เราจะหาตอนนั้นคือ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน นั่นเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโทรให้เพื่อนเปิดเว็บดูให้

ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายก่อนจ่ายเงิน ก็คือ การเปรียบเทียบ เทียบกับรุ่น M505 น่าสนใจ น่าใช้ แต่จะเทียบ M310 กับ M505 ในใบสเปคเปรียบเทียบไม่มี พนักงานบอกว่า รุ่นนี้ยังใหม่อยู่ ลองพิจารณาแล้วว่า ชอบ M505 แต่จับไม่ถนัดเท่า M310 แล้วก็ตัวหลังนี่ใช้แบตได้นาน 1 ปี ราคา 990 ประกัน 3 ปีก็โอเค สอบถามพนักงานต่อว่า แล้วเคลือบสีแบบไหน ใช้ไปนานๆจะลอกหรือไม่ พนักงานก็บอกว่าไม่แน่ใจ ว่าเคลือบหนาแค่ไหน แต่ประกัน 3 ปี ก็ถือว่าโอเคว่าพนักงานตอบเท่าที่รู้ และไม่โอ้อวดตัวสินค้าจนเกินจริง ทั้งๆที่เห็นว่า เชียร์รุ่นนี้อยู่ตอนที่ปรี่เข้ามาให้ความช่วยเหลือก็เห็นว่า พอทราบความต้องการว่าต้องการรุ่นที่เป็นไร้สาย อยากได้เม้าส์เลเซอร์ก็แนะนำรุ่นนี้ (แต่ผมก็ยังแค้นเคืองพนักงาน IT City อยู่นะครับ เพียงแต่ สาขาไอทีมอลล์ ไม่เคยทำความผิดอะไรให้ผมเฉยๆ)

การตัดสินใจซื้อสินค้าตอนนี้ ไม่ใช่การเปิดรีวิวจากหนังสือ นิตยสาร แต่เป็นการค้นหาจากเว็บไซต์ จาก Blog จาก User Review จากคนทั่วไปที่ใช้งาน พอซื้อมาแล้ว ก็โพส Twitter ของผมที่ว่า จะซื้อตัวใหม่ แทน Microsoft Arc ก็มีหลายๆคนร่วมชะตากรรม และได้เพื่อนใหม่จากการทวิตแค่ว่า หงุดหงิดเม้าส์เสีย ใช้งานไม่ดี ขอบคุณ @AuKunGs และ @FordAntiTrust มากๆครับ

ข้อสรุปในกระบวนการตัดสินใจซื้อ

1. ค้นหาข้อมูลจากความต้องการของเราผ่านทาง Search Engine ในคอมก่อนซื้อ จากนั้นนำรุ่นไปหาข้อมูลเชิงลึก (หากอ่านสเปคเป็น)

2. สอบถามเพื่อนๆใน Social Media, Online Communities Webboard โดยระบุความต้องการ ไร้สาย เล่นเกม ใช้เน็ต ใช้กับ PC, Mac

3. สำรวจสถานที่จริงเพราะเราไม่รู้ว่า รุ่นที่ต้องการ มีร้านใดจำหน่ายบ้าง ราคาเท่าใด

4. ร้านค้าที่น่าเชื่อถือ น่าซื้อกว่าร้านที่ขายถูกแต่เป็นร้านตู้เล็กๆ แม้ว่าราคาจะแพงกว่า อย่างน้อยก็ออกใบเสร็จให้เราได้แบบมีหลักฐานในระบบจริงๆ ที่แนะนำเพิ่มคือ Hardware House, BananaIT ครับ

5. ณ จุดขาย ข้อมูลการเลือกซื้อ สำคัญที่สุด ป้ายราคา ป้ายข้อมูลสินค้า สินค้าตัวอย่างให้ทดลอง ยิ่งเม้าส์ใช้เองก็ยิ่งต้องทาบมือว่าเราถนัดมือหรือไม่ บางแบรนด์มีพนักงาน PC มาให้ข้อมูลโดยเฉพาะด้วย

6. ข้อมูลจากพนักงานขาย กิริยาท่าทาง ความสุภาพนอบน้อม ความเคารพให้เกียรติกัน – ตรงนี้ถ้าชอบสินค้า บริการ ราคา ร้านค้า น่าเชื่อถือ แต่เจอพนักงานพูดจาหมาๆ คำเดียว ดูถูกลูกค้า ถามคำตอบคำ กระบวนการซื้อจบลงทันทีครับ

7. ข้อมูลจากการตกแต่งชั้นวางสินค้า ตำแหน่งการวางสินค้า ระดับสายตาของการวางสินค้า

8. ข้อมูลสินค้าที่ให้เปรียบเทียบ อย่างหูฟัง เครื่องเล่นเพลง กล้อง เม้าส์ กล้องเว็บแคม มักจะมีข้อมูลให้เปรียบเทียบกรณีมีหลายรุ่น เราก็อ่านดูจากความต้องการขายเรา อย่างผมถามว่า Unifying Connection คืออะไร พนักงานก็ตอบได้

9. หาข้อมูลสดๆ ณ จุดขาย ไม่ใช่แค่ถามเพื่อนที่ไปด้วย แต่ดูจาก blog, webboard ต่างๆ ตรงนี้ถ้ามีมือถือสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้จะดีมาก

10. ข้อมูลการรับประกัน การจ่ายเงินแล้วพนักงานแกะติดสติกเกอร์รับประกันต่อหน้าเราเลย

11. เก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน เบอร์โทรร้าน เวลาเปิดปิดร้าน ถามให้แน่ใจ บางร้านใน Pantip, IT Mall ปิดวันจันทร์ก็มี

แถมอีกนิดว่า ถ้าอยากได้รุ่นไหน แล้วเพื่อนใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น มือถือ กล้อง เมาส์ อะไรก็ตาม ถ้าได้ลองยืมเพือนเล่นแล้วชอบ ก็สอยได้เลยครับ กระบวนการซื้อจะมาสิ้นสุดตัดสินที่ราคา บริการ ร้านค้า พนักงาน ความน่าเชื่อถือของร้านแล้วล่ะ

สุดท้ายนี้ ทุกคนจะซื้ออะไรต้องหาข้อมูล แต่คนสมัยนี้ มักไม่เชื่อสื่อ เพราะสื่อเพียงแค่ให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น การใช้งานจริงจะถาม blogger, webboard คนที่ใช้งานจริง จากประสบการณ์จริงๆ

ขอให้สนุกกับการนำไอทีและการตลาดมาใช้ในการเลือกซื้อสินค้าครับ

ปล ในเว็บไซต์ต่างประเทศ เขาเรียก Mouse ว่า Mice นะครับ ไม่ต้องแปลกใจ 😉

@yokekung

 

2 thoughts on “User Review กับกลไกการเลือกซื้อสินค้าแบบคนไอที+การตลาด

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.