นายจ้างจะทำอย่างไร เมื่อพนักงานดูบอลดึก ในช่วงฟุตบอลโลก 2014

world-cup

ได้อ่านบทความ การบริหารจัดการพนักงานช่วงฟุตบอลโลก 2014 จาก Adecco Group Thailand แล้วก็นึกได้ว่า ฟุตบอลโลก 2014 รอบนี้ เวลาถ่ายทอดสด ดันตรงกับเวลา 5 ทุ่ม ตี 2 ตึ 5 ช่วงเวลา 5 ทุ่ม คงไม่เท่าไหร แต่ถ้าพนักงานดูบอลตอนตี 2 ตี 5 ทุกวันละ จะกระทบกับงานไหม?

ก่อนอ่านบทความนี้ บอกก่อนว่าอย่ามองฟุตบอลเป็นตัวร้าย แต่พนักงานควรบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้อย่างเหมาะสม

ดูกราฟนี้ก่อน Staff productivity to drop during World Cup 2014

staff-productivity

อ้างอิง

 

ถึงเวลาของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 หรือฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2014 ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน และต่อเนื่องไปตลอดทั้งเดือน จนถึงการแข่งขันนัดสุดท้ายในวันที่ 13 กรกฏาคม 2014 เรื่องความแตกต่างด้านเวลาในบ้านเรา ทำให้ผู้ชม ซึ่งมักจะทำงานในออฟฟิศ (8.00 – 17.00 / 9.00 – 18.00น.) ต้องอดนอน ปกติแล้วคนดูบอล น่าจะเคยชินกับการเตะในช่วง ตี 2 – 3 อยู่แล้ว แต่คนทั่วไปที่สนใจฟุตบอล ดูบอลโลก อาจจะมีอาการนอนไม่พอ ซึ่งการแข่งขันนัดสำคัญ ที่มักเป็นในช่วงเช้าตรู่ อาจมีผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือพนักงานส่วนใหญ่นั่งตาปรือ ทำงานด้วยด้วยความง่วงงุนงง สติเลือนลอย ดื่มกาแฟแก้ง่วงแก้วแล้ว แก้วเล่า และคิดอยากโทรลาป่วยในช่วงเช้าวันนั้น หากบริษัทไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม พนักงานหลายคนในบริษัทก็น่าจะได้รับผลกระทบจากกระแส ‘ฟุตบอล ฟีเวอร์ ‘ ครั้งนี้แน่ (แต่สำหรับผม ซึ่งไม่ดูบอล มองว่า ถ้าดูบอลตอนตี 5 ผมว่าไม่ต้องนอนแล้ว ดูจบก็ออกไปทำงานเลยดีกว่า)

แต่บริษัทจะโทษฟุตบอลก็ไม่ถูก พนักงานเองก็ต้องดูแลและรับผิดชอบตัวเอง อาจจะเลือกดูเฉพาะคู่ที่อยากดู แล้วเอาเวลาอื่นไปนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (หรือแม้แต่หัวหน้าเองที่ดูบอล ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองมาก่อนลูกน้อง หรือเตรียมตัวมาทำงานได้ตามปกติ)

บทความจาก Adecco มองว่า ที่จริงแล้วฤดูการแข่งขันฟุตบอลโลก ถือเป็นโอกาสทองของบริษัทที่จะนำมาช่วยเพิ่มความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร รวมทั้งยังช่วยกระชับสายสัมพันธ์กับพนักงานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และช่วยสร้างความจงรักภักดีต่อกับองค์กรให้มากขึ้นไปด้วย

ปัจจัยฟุตบอล แม้อาจจะมีผลกับการทำงาน แต่พนักงานต้องดูแลตัวเอง แม้ว่าจะไม่ดูบอล แต่ไปเที่ยวดึก ดื่มหนัก ก็ต้องมาทำงานทันเวลา จัดการกับตัวเองได้เช่นกัน เรื่องการยืดหยุ่นในการทำงานถูกนำมาพูดถึง ซึ่งพนักงานและหัวหน้าควรจะคุยกัน HR เองก็ควรจะคุยกัน หาข้อสรุปและทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพนักงานและบริษัท เพราะหากในทีมมีคนดูบอลแล้วมาทำงานสาย จะกระทบกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นหรือไม่

ผมเห็นว่า บางส่วนจากบทความของ Adecco น่าสนใจ

บางบริษัทเปิดโอกาสอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความผูกพันให้กับพนักงานในองค์กร ด้วยการแสดงให้เห็นว่าการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตกับการทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่แนวความคิดที่เป็นนามธรรม สำหรับกลุ่มบริษัทอาดิดาส แบรนด์ดังผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาและสปอนเซอร์หลักของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ให้อิสระกับพนักงานของพวกเขาในการเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการทำงานให้ก้าวหน้า

“ในฐานะที่เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬา พวกเราได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงพนักงานของเราทุกคนทั่วโลกตื่นเต้นกับการแข่งขันนี้มาก และจดวันแข่งขันส่วนใหญ่หรือทั้งหมดลงในปฏิทินกันแล้ว” โฆษกจากอาดิดาสกล่าว “ไม่ว่าพนักงานของเราจะอยู่ที่ใดในโลก เรามีระบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น และพวกเขาก็สามารถสนุกกับการชมการแข่งขันได้ทุกคน”

ในมุมมองของผม หากเราสามารถทำงานแบบ mobile working ได้ Word at home ทำงานที่ไหนก็ได้ แม้จะดูบอลดึก แต่ยังสามารถออนไลน์ทำงานได้ และไม่เสียงาน ผมว่าน่าจะทำให้เราสนุกกับงานและบอลได้ ฟุตบอลไม่ใช่ตัวร้าย เราจะต้องยืดหยุ่น แต่ถ้าทำงานบริการลูกค้า ยังไงก็ต้องตรงเวลา ไม่ว่าจะมีปัจจัยอะไรก็ตาม

ถ้าอยากดูบอลมาก ดูดึก เช้าตรู่ บางแม็ตซ์ เราควรเอาวันลามาใช้ เพื่อไม่ให้กระทบกับการทำงานในบางงาน (แต่วันรุ่งขึ้นก็จะต้องทำงานได้ปลอดโปร่งนะ)

“วิธีการง่ายที่สุดวิธีหนึ่งคือการอนุญาตให้พนักงานใช้วันลาหยุดประจำปีในช่วงเวลานี้ได้” เคซี่ย์ โฮ วิทยากรเรื่องความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรของสถาบันเพื่อการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่ที่ MDIS ให้คำแนะนำ” ใช้นโยบาย ‘ใครส่งใบลาก่อน ก็ลาได้ก่อน’ จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมจำนวนพนักงานที่น้อยที่สุดในการดำเนินงานไว้ได้ ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้เวลาในการชมการแข่งขันหรือร่วมฉลองชัยได้”

นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้ปรับเอานโยบายยืดหยุ่นเวลาในการทำงานในสำนักงานมาใช้ “บริษัทควรอลุ้มอล่วยเรื่องเวลาการทำงานของพนักงาน ตัวอย่างเช่น หากวันไหนมีการแข่งขันตอนตีสอง ก็ปรับเวลาการทำงานของพนักงานให้สามารถมาทำงานตอนบ่ายโมง และทำงานจนถึงสามทุ่มได้ เป็นต้น” (แต่ผมว่ากรณีนี้ ถ้าบริษัทเช่าตึกสำนักงานอาจจะไม่สะดวก เพราะตึกต้องปิดแอร์ หรือติดช่วงเคอร์ฟิว)

กลุ่มบริษัทอาดิดาส ในฐานะที่เป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขันฟุตบอลโลก นำนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้มาใช้ล่วงหน้าไปแล้ว “เราเสนอให้มีการยืดหยุ่นเวลาการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานของเราสามารถรักษาสมดุลระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตที่เขาต้องการได้อย่างมีความสุข ซึ่งในความเป็นจริงหมายความว่า พนักงานของเราสามารถควบคุมเวลาของพวกเขาได้เด็ม 100%” โฆษกของกลุ่มบริษัทอาดิดาสกล่าว “ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศเยอรมันที่เมือง Herzogenerauch แหล่งรวมอุปกรณ์กีฬาขนาดใหญ่ของโลก เรามีการวางแผนจัดงานฟุตบอลโลกขนาดใหญ่ร่วมกับพนักงานในเยอรมันทั้งหมด และมีแผนที่จะจัดงานในลักษณะเดียวกันนี้ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย”

อีกจุดนึงที่สำคัญคือ บริษัทสามารถจัดกิจกรรม (ที่ไม่ใช่เชิงการพนัน) เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมได้ เช่น จัดงานบอลพนักงาน ใส่ชุดทีมบอล (ชาติ) มาทำงานสำหรับงานในบางประเภท ผมชอบไปรษณีย์ไทยที่ให้พนักงานใส่เสื้อบอลทำงานในช่วงบอลโลก

หรืออีกวิธีที่ผมคิดว่าเหมาะสมกับช่วงเคอร์ฟิวก็คือ บางบริษัทที่ไม่ได้เช่าตึกสำนักงาน น่าจะจัดห้องให้พนักงานดูบอลที่ออฟฟิศเลย แล้วอาบน้ำ ลงมาทำงาน ไม่ต้องขับรถให้เสี่ยงอันตราย พักกลางวันก็งีบ เวลาทำงานก็ทำงานได้อย่างปลอดโปร่ง

ลองปรับดูครับ ยืดหยุ่นได้ก็ยืดหยุ่น ที่สำคัญคุยกับหัวหน้า คุยกับ HR ให้ดีครับ

แถม ฝึกท่าฤาษีดัดตน-ดื่มน้ำสมุนไพร’ บรรเทาเครียดและโรคช่วงดูบอลยูโร (บทความปีก่อนโน้น เอามาใช้่ช่วงบอลโลกยังได้อยู่)

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Fifa World Cup: UAE employers warned of soccer hangovers…

Staff productivity to drop during World Cup 2014 – Employers express concern

การบริหารจัดการพนักงาน ช่วงบอลโลก

การบริหารจัดการพนักงานช่วงฟุตบอลโลก 2014 โดย Adecco

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.