ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 เดินหน้าสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จากรายได้เติบโตและการบริหารการเงินอย่างมีวินัย แม้เผชิญผลกระทบจากเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น แต่ผลการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจยังคงเติบโตในทิศทางที่ดี สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 6.6 พันล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 479,000 เลขหมาย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐในโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการเข้าร่วมโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Study Anywhere Anytime)” ของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมอยู่ที่ 48.6 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 28,000 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากความเสถียรของโครงข่ายและคุณภาพการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น โดยไตรมาสนี้ มีผู้ใช้บริการ 5G รวม 19.3 ล้านราย
นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไตรมาส 2/2569 นับเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ทรู คอร์ปอเรชั่น มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง มีจุดเด่นรายได้จากการให้บริการกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน โดย EBITDA เพิ่มขึ้น 13.5% และกำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท นับเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันที่บริษัทมีกำไร ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการรักษาวินัยทางการเงินและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แม้ไตรมาสนี้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ยังคงดำเนินอยู่ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นจำนวน 5.2 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 79% หรือเงินปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น (Dividend per Share: DPS)”
ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญสำหรับไตรมาส 2/2569
- รายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC): 4.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ และเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ เมื่อปรับผลกระทบจากรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายในประเทศที่ลดลง รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
- EBITDA: 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของรายได้และประโยชน์จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และ EBITDA เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ เพิ่มขึ้น 7.6 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 68.5% สำหรับไตรมาส 2/2569 ทั้งนี้ นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถเพิ่ม EBITDA ได้รวม 8.9 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 46%
- อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage Ratio): อยู่ที่ 3.7 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ลดลง 0.3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.1 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
- กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT): 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
- เป้าหมายทางการเงิน ปี 2569 (ใหม่):- รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC: เติบโต 1–2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
– EBITDA: เติบโต 7–9% (ไม่เปลี่ยนแปลง)
– CAPEX: 2.5–2.7 หมื่นล้านบาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)




