เทคนิคเลือกแอร์รับหน้าร้อน : ติดแอร์แบบไหนดี?

Advertorial PR News

หลายๆ คนบอกว่า อากาศบ้านเรา มีฤดูร้อน ร้อนมาก ร้อนที่สุด แล้วร้อนนี้ เราจะสู้ความร้อนได้อย่างไร? บทความนี้ เรามีเทคนิคเลือกแอร์ รับหน้าร้อนมาฝากกัน กับหลากหลายคำถาม ติดแอร์แบบไหนดี?
ติดแอร์กี่ BTU ดีล่ะ? แล้วแอร์ Inverter ดีไหม? คำถามเหล่านี้เชื่อว่าเป็นคำถามคาใจใครหลายๆคน ต้องออกตัวก่อนว่า ผมก็ไม่ใช่คนเชี่ยวชาญเรื่องแอร์ แต่มีคู่ซี้ AirCheck24 เขาบอกผมมา

ติดแอร์แบบไหนดี?

คำถามนี้อยู่ในใจหลายๆคน แอร์ มีส่วนประกอบคือ หน้ากากแอร์ที่เราเห็นทั่วไป และคอมเพรสเซอร์ยูนิต ที่อยู่ข้างนอกบ้าน โดยทั่วไปแล้ว แอร์บ้าน จะมีด้วยกันทั้งหมดประมาณ 5 แบบหลักๆ ที่นิยมกันใช้กันตามบ้านพักอาศัย สำนักงานเล็กๆ หรือทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ

1. แอร์ผนัง (Wall Type) – เป็นแบบยอดนิยมที่สุดสำหรับแอร์บ้าน เนื่องจากราคาถูกกว่าแบบอื่นๆ และประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า แต่ข้อจำกัดคือ มี BTU สูงสุดแค่ 24000 BTU (มีรุ่นสูงกว่า 24000 BTU บางยี่ห้อ และราคาอาจจะสูงกว่าแอร์แขวน) แอร์ติดผนังส่วนมาก มาพร้อมกับขนาดการทำความเย็น 9,000 BTU 12,000 BTU 18,000 BTU และ 24,000 BTU

บ้านผมก็เคยติดแอร์ 24000 BTU 1 ตัว แล้วพอแอร์พัง ก็เปลี่ยนมาติดแอร์ 12000 BTU 2 ตัวแทน (มีประตูกั้นห้องใหญ่ แบ่งครึ่ง)

ข้อดี

  • ราคาต่ำหากเทียบกับแอร์ประเภทอื่นๆ
  • มีขนาดการทำความเย็นที่หลากหลาย ตั้งแต่ BTU ต่ำ จนถึงปานกลาง (9,000 – 24,000 บีทียู)
  • การติดตั้งเร็วและง่าย

2. แอร์แขวน (แอร์ติดฝ้า แอร์ติดเพดาน) (Ceiling Type) – นิยมใช้กันในออฟฟิศ หรือพื้นที่ที่ห้องที่มีลักษณะยาว เนื่องจากแอร์แขวนสามารถส่งลมได้ไกล สมัยก่อน ใครมีบ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์ ก็มักจะเห็นแบบนี้ เป็นห้องแนวยาว

แอร์ติดเพดาน ชื่อก็บอกว่าติดบนเพดาน แอร์ติดเพดานต้องมีขนาด 24,000 BTU หรือมากกว่า เหมาะกับการให้ความเย็นในพื้นที่ใหญ่

ข้อดี

  • ใช้พื้นที่ติดตั้งบนเพดาน ส่วนผนังหรือกำแพงห้องก็ยังสวย ตกแต่งวอล์เปเปอร์ได้สวย ไม่ขัดหูขัดตา
  • ขนาดทำความเย็นสูง ตามปกติมักเริ่มจากขนาด 24,000 BTU
  • เหมาะสำหรับห้องยาวๆหรือกว้างๆ

ส่วนใหญ่ พวกห้องประชุม สัมมนา ที่เป็นห้องยาวๆ ก็มักจะเห็นแอร์แบบนี้ ห้องอาหารที่มีห้องคาราโอเกะ ห้องใหญ่

3. แอร์ 4 ทิศทาง (Cassette Type) – แบบนี้น่าจะพอเห็นบ้างในบางสถานที่ พวกร้านอาหารก็เจอ ข้อดีคือ ประหยัดพื้นที่ ดูสวยงาม สามารถกระจายลมออกได้ 360 องศา เย็นทั่วถึงรอบทิศทาง

เหมาะกับห้องกว้างๆ ทำความเย็นมากกว่า ด้วยขนาด BTU ที่มากกว่า ติดบนฟ้าเพดาน สวยงาม เสียงเงียบ

ข้อดี

  • ประหยัดพื้นที่ ซ่อนได้เนียน
  • สามารถกระจายอากาศเย็นได้อย่างทั่วถึง ไปรอบห้องใหญ่
  • มีขนาดการทำความเย็นรัศมีไกล ห้องใหญ่ (12,000 – 60,000 บีทียู)
  • ขณะทำงาน จะไม่มีเสียง

ข้อสังเกต

การติดตั้ง จะใช้พื้นที่ฝ้าเพดานเยอะ

4. แอร์เปลือย (Duct Type) – เป็นแอร์ที่จะต้องต่อท่อลมออกมาลงในจุดต่างๆ ที่กำหนด ข้อดีคือ สามารถกำหนดจุดลงแอร์ได้ และมี BTU สูงมากกว่า 100,000 BTU ข้อเสียคือราคาแพง มักเห็นตามห้าง อาคารสูง ส่วนพลาซ่าคอนโด

5. แอร์ตู้ตั้ง (Floor Type) – มี BTU สูง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีเพดานสูง แต่เสียพื้นที่ในการวางตั้งพื้นและราคาแพง เรามักจะเห็นในร้านอาหารติดแอร์ ใช้ตัวใหญ่ ห้องประชุมใหญ่ๆ ขนส่งปรับอากาศ

ติดแอร์กี่ BTU ดี?

ก่อนอื่น ต้องรู้ว่า พื้นที่ห้องที่จะติดแอร์ มีขนาดห้องเท่าไหร ห้องใหญ่จะกั้นห้องไหม แล้วค่อยมาเทียบว่าใช้แอร์กี่บีทียู (BTU) โดยวิธีคำนวณพื้นที่ ปกติแล้วจะใช้วิธีการคูณจากระยะ กว้าง x ยาว ของห้อง ออกมาได้เป็นตารางเมตร เช่น ห้องนอนกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร จะได้พื้นที่ห้องขนาด 20 ตารางเมตร ทั่วๆไป จะคูณด้วย 750-850 แล้วแต่ความชอบของผู้ใช้ ว่าอยากได้แบบเย็นฉ่ำ หรือเย็นธรรมดา 20 x 750 = 15,000 BTU ก็จะได้ BTU ที่ต้องใช้กับห้องนั้นๆ

ตารางขนาดห้องกับ BTU ที่แนะนำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่าง แต่ถ้าให้ช่างเข้ามาดูห้องสักหน่อยก่อนติดตั้งก็ดีครับ จะได้รู้ว่า ห้องเป็นยังไง ทึบหรือมีหน้าต่างเยอะ บ้านผมหน้าต่างเยอะมาก พอปิดหน้าต่าง แอร์ก็เล็ดลอดออกไปตามช่องว่างขอบหน้าต่างได้

วิธีการคำนวณบีทียูแอร์ 

วิธีเลือก BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง

โดยทั่วไปแล้ว

– ห้องนอน จะคูณด้วย 750 – 850
– ห้องทำงาน จะคูณด้วย 850 – 900
– ห้องที่มีเพดานสูง หรือจำนวนคนมากๆ จะคูณด้วย 1000 – 1200

(หากห้องโดนแดดจัด อาจจะ + 100 เข้าไปในตัวคูณ เช่น ห้องทำงาน 900 + 100 = 1000)

โดยทั่วไปแล้ว ขนาด BTU ของแอร์ จะต้องเหมาะสมกับขนาดของห้อง ตามหลักการแล้ว ห้องขนาดกว้าง แอร์ต้องใช้พละกำลังในการทำความเย็นมากกว่า ด้วย BTU ที่มากกว่า แต่ก็เป็นความเข้าใจผิดว่า BTU เยอะๆ สิ เย็นดี แนะนำให้เลือกขนาด BTU ที่เหมาะสมกับขนาดห้อง และปัจจัยหลักคือ ถูกแสงแดด หรือไม่ถูกแสงแดดส่อง

แอร์ Inverter ดีไหม?

Inverter ดีในแง่ประหยัดไฟ แต่ตัวราคาแอร์ก็จะสูงกว่าปกติด้วย ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดของ Inverter กับแอร์ธรรมดาคือ ความเย็นและการประหยัดไฟ ความเย็นของแอร์ Inverter จะไม่เย็นฉ่ำเท่ากับแอร์ธรรมดา แต่สามารถประหยัดไฟให้ได้ แนะนำให้ติดแอร์ Inverter เฉพาะห้องที่ใช้งานบ่อยๆ เท่านั้น เพราะถ้าหากใช้งานน้อย อาจจะไม่คุ้มทุนที่จ่ายค่า (เครื่อง) แอร์เพิ่ม แต่ค่าไฟลดได้เพียงนิดเดียว

เรื่อง Inverter เนี่ย อ่านใน Pantip ก็มีการถกเถียงกันเยอะ เรื่องเครื่องแอร์ราคาแพง แต่ประหยัดไฟ บางคนก็บอกว่า เย็นแบบนิ่งๆ ความชื้นได้รับการจัดการดี แอร์ไม่ตัด ทำให้อุณหภูมิเย็นคงที่

สำหรับเรื่อง ราคาแอร์ นั้น จริงๆแล้ว ส่วนใหญ่ ราคา จะมาพร้อมการติดตั้ง ราคา ขึ้นอยู่กับ BTU และประเภท ชนิดของแอร์ แนะนำให้ตรวจสอบ เช็คราคาแอร์ และเปรียบเทียบแอร์ ที่เว็บไซต์ www.aircheck24.com ครับ

Please follow and like us: