หลังจากมีการประกาศให้ผู้โดยสารที่ใช้บัตร MRT / MRT Plus เปลี่ยนมาใช้บัตร Mangmoom EMV เพื่อเดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ผู้โดยสารก็ต้องเรียนรู้วิธีเติมเงินและจัดการบัตรผ่านแอปเป๋าตัง ซึ่งสำหรับผมแล้ว มีประเด็นที่เพิ่งเจอกับตัวเอง และอยากนำมาแบ่งปันครับ
ผมเริ่มใช้บัตร Mangmoom EMV ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 โดยปกติจะเติมเงินที่เคาน์เตอร์สถานี เพราะเดินทางแค่เดือนละ 1-2 วันเท่านั้น จนกระทั่งช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ผมลองเติมผ่านเป๋าตังเปย์ เป็นครั้งแรก 22 พฤษภาคม แต่กลับเจอปัญหาแตะบัตรเข้าสถานีไม่ได้ (ตอนแรกพอแตะเข้าไม่ได้เลยเติมเงินเพราะคิดว่าเงินเราหมด)
สิ่งที่ทุกคนควรรู้
ระบบตัดเงินไม่ได้แบบเรียลไทม์ แต่จะไปตัดยอดในภายหลัง เช่น เดินทางช่วง 10.30 น. ระบบอาจไปตัดเงินจริงตอนประมาณตี 2 ของวันนั้น ทำให้รายการเดินทางขาไปและขากลับถูกนำมารวมตัดพร้อมกันในภายหลัง แทนที่จะหักทันทีตอนใช้งาน (ซึ่งทำให้เราไม่รู้ยอดเงินคงเหลือที่แท้จริงของวันนั้นๆ)
จากที่ลองตรวจสอบและสอบถามเพิ่มเติม ผมพบว่าในทางปฏิบัติ ผู้ใช้บัตร EMV/Mangmoom EMV มักต้องเช็กข้อมูล 2 ส่วน คือ
- ยอดเงินในแอปเป๋าตังเปย์ มักต้องดูในวันถัดไป เพราะระบบตัดยอดหลังเที่ยงคืนไปแล้ว
- ประวัติการเดินทางผ่านเว็บไซต์ของ Mangmoom EMV แต่ในกรณีของผม ระบบยังไม่แสดงข้อมูลบัตรตามที่คาดไว้ แจ้งให้ Add บัตร แม้จะเปิดใช้งาน 3D Secure ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำแล้วก็ตาม ก็ยังเพิ่มบัตรไม่ได้ (สุดท้ายรอ 1-2 ชั่วโมง บัตรเข้ามาในระบบแล้วครับ แต่มันไม่เรียลไทม์แบบทันที)
สุดท้ายผมจึงโทรหา Call Center ของธนาคารกรุงไทยเพื่อสอบถาม เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลดีและช่วยเช็กได้ในส่วนของยอดที่รถไฟฟ้าเรียกเก็บได้เท่านั้น ส่วนกรณีขอเงินคืนหรือร้องเรียนเพิ่มเติม ต้องติดต่อทาง MRT โดยตรง (ซึ่ง Call Center ไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง)
อีกปัญหาที่ผมเจอคือ ระหว่างใช้งานบัตร ระบบอาจมองว่าการแตะบัตรทำรายการไม่สำเร็จ แม้ประตูจะไม่เปิดและผมยังเข้าสถานีไม่ได้ แต่ระบบกลับบันทึกสถานะเหมือนว่าแตะบัตรเข้าไปแล้ว ส่งผลให้ภายหลังถูกคิดค่าโดยสารเต็มอัตรา 72 บาท ทั้งที่จริงผมไม่ได้เดินทางตามที่ระบบเข้าใจ (อันนี้ต้องขอเงินคืน โดยการโต้แย้งผ่านรายการบนเว็บไซต์ https://www.mangmoomemv.com/ แต่ผมก็เพิ่มบัตรไม่ได้ ก็เลยโต้แย้งไม่ได้ ตอนหลังแม้เพิ่มบัตรแล้วก็ไม่พบรายการให้โต้แย้ง
จากเสียงสะท้อนที่พบบน Social บางคนบอกว่าหากยอดเงินติดลบหลังระบบตัดยอดไปแล้ว ต้องเติมเงินเข้าเป๋าตังเปย์ แล้วเอาบัตรมาแตะที่สถานีอีกครั้ง ก่อนรอระบบปลดล็อกประมาณ 30-60 นาที แต่ในชีวิตจริง การเดินทางมักต้องเร่งรีบ จึงไม่สะดวกนัก บางคนเลยต้องซื้อเหรียญโดยสารหรือเติมเงินเผื่อไว้มากกว่าที่ใช้จริง (เจ้าหน้าที่กรุงไทยบอกว่า ถ้าเงินเหลือไม่ได้ใช้ก็โอนออกมาได้เหมือนแอปธนาคาร)
สำหรับผม ปัญหาหลักของระบบนี้คือ ความไม่สะดวกในการเช็กยอดแบบทันที และความล่าช้าในการตัดเงินหรือปลดล็อกเมื่อเกิดปัญหา ทำให้ผู้ใช้ต้องเผื่อเวลาและเงินสำรองมากขึ้น ซึ่งไม่ค่อยเหมาะกับคนที่เดินทางไม่บ่อยเท่าไร
ในมุมของผม เข้าใจทั้งเจ้าหน้าที่ MRT และธนาคารกรุงไทยนะครับ เพราะต้องรับมือกับคำถามจากผู้โดยสารจำนวนมาก แต่ถ้ามองในฝั่งผู้ใช้ ระบบควรออกแบบให้ใช้งานง่ายและสะดวกกว่านี้ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้ใช้รถไฟฟ้าทุกวัน เพราะถ้าตัดยอดขนาดนี้ ผมเรียก Grab ดีกว่านะ
ท้ายที่สุด ผมเลยตัดสินใจว่าคงไม่ใช้บัตรนี้ต่อแล้ว และอาจกลับไปใช้รูปแบบการจ่ายค่าโดยสารที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า เช่น บัตรเครดิต หรือซื้อเหรียญเอา เพราะนอกจากเสียเวลาแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายจุกจิกจากการต้องโทรสอบถามหรือแก้ปัญหากับระบบอีกด้วย
มีคนแนะนำว่า ควรมีบัตร 2 ใบ เพราะมีเผื่อเวลาที่ตัดยอด อัปเดตยอด แต่ก็ไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมครับ
สรุปคือ มี 2 บริการ คือ แอปเป๋าตัง ใช้เช็คยอดเงิน กับเว็บแมงมุม ใช้เช็คเฉพาะยอดเดินทางครับ ยอดเติมเงินจะไม่ขึ้นในเว็บแมงมุม ใช้เพื่อโต้แย้งเพื่อขอเงินคืนได้ ผมเห็นยอด 72 บาท ไม่มีให้กดโต้แย้ง ตอนนี้เลยถอนเงินจากบัตรออกมาแล้วครับ เพราะไม่ใช้แล้ว
คำแนะนำอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการ
ข้อมูลจากเพจ BEM Bangkok Expressway and Metro (เพจทางการของ BEM)
ระบุว่า
บัตร EMV แตะแล้ว ประตูไม่เปิด ❌ !! เข้าระบบ MRT ไม่ได้ ☹️!! มักเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ??
สาเหตุหลักมักเกิดจาก “บัตรมียอดค้างชำระ” หรือ “ตัดเงินไม่สำเร็จ” จึงทำให้ถูกปฏิเสธการใช้งาน หรือเรียกว่า “Deny List”
สำหรับวิธีการปลด Deny List ทำยังไง มีดังนี้เลย
1. เติมเงิน 2 เท่า ของยอดค้างชำระ*
2. นำบัตรไปแตะที่ประตูอัตโนมัติ ณ สถานี MRT หรือ ผ่านเว็บไซต์แมงมุม**
3. รอดำเนินการ 1 – 2 ชม. จากนั้นใช้เดินทางได้ตามปกติ
หมายเหตุ
* ขั้นตอนการปลด Deny List เฉพาะบัตร Mangmoom EMV, MRT EMV, บัตรเดบิต และพรีเพด
** กรณีการดำเนินขั้นตอนผ่านเว็บไซต์แมงมุม จะต้องเป็นยอดค้างชำระต่ำกว่า 150 บาทและไม่เกิน 6 วัน นับจากวันเดินทาง
– หากพบปัญหา หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม ผ่าน ศูนย์บริการข้อมูลรถไฟฟ้า MRT 0-2624-5200
ที่มา https://web.facebook.com/share/p/1CrYd5aPT8/
อ่านจบแล้ว เกาหัว เพราะการเติมเงิน 2 เท่า มันไม่ใช่เรื่อง เพราะเรามักจะเติม 100 – 200 บาท แล้วแต่แผนการเดินทางในช่วง 5-7 วันข้างหน้า ถ้าไม่ได้ไปไหนเลยก็เติมไว้ 100 บาทพอ ส่วนการจะให้รอ 1-2 ชั่วโมง แล้วต้องเดินทางตอนนั้นเลย ก็จะต้องซื้อเหรียญใหม่ราคาปกติ
ทางแก้ปัญหา
ส่วนตัวผมจะใช้บัตรเครดิต Visa แทนแล้วครับ เลิกใช้บัตรนี้เลยครับ ส่วนท่านจะใช้บัตรแมงมุมคงจะต้องหมั่นเช็คยอด ในแอปเป๋าตังเปย์ และเช็ครายการเดินทางให้ถูกต้องครับ

