Site icon Yokekung World

ติดโซลาร์เซลล์ให้คุ้ม เริ่มจากเข้าใจพลังงานฟรีจากแสงแดด

ติดโซลาร์เซลล์

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ผมเริ่มเรียนรู้เรื่องโซลาร์เซลล์จากความสนใจส่วนตัวในงานด้านนี้ และอยากมีความรู้ไว้แนะนำสิ่งที่ “เหมาะกับแต่ละบ้าน” ให้มากที่สุด ไม่ได้มองแค่ตัวสินค้าอย่างเดียว

ผมทำอาชีพ เซลล์อิสระ LG Subscribe มากว่า 1 ปีครึ่ง ดูแลและขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และเมื่อมีคนสอบถามเรื่องโซลาร์เซลล์ ผมยินดีให้คำแนะนำในมุมของ

“โซลูชันที่เหมาะกับการใช้งานจริง”

ไม่ใช่แค่การขายให้ติดได้หรือขายให้แพงที่สุด

สำหรับผม การเป็นเซลล์ยังไม่ใช่การเริ่มต้นจากการขาย แต่เริ่มจากการให้ความรู้ ความเข้าใจ และตั้งใจแนะนำลูกค้า เพื่อให้ได้สิ่งที่เหมาะและดีที่สุดกับบ้านของทุกคนจริง ๆ

รู้จัก โซลาร์เซลล์

รับวัตถุดิบ (แสงอาทิตย์): แผงโซลาร์ตั้งรอรับแสงแดด ซึ่งในแสงนั้นมีอนุภาคพลังงานที่เรียกว่า “โฟตอน” (Photon)

 

ปรุงอาหาร (กระตุ้นอิเล็กตรอน): เมื่อแสงตกกระทบแผ่นซิลิคอนในแผง พลังงานจากแสงจะไปเตะหรือกระตุ้น “อิเล็กตรอน” (Electron) ให้หลุดออกมาแล้ววิ่งไปตามสายไฟจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้า

ได้ผลผลิต (ไฟ DC): ไฟที่ได้ในตอนแรกจะเป็น “ไฟฟ้ากระแสตรง” (DC) ซึ่งเหมือนไฟจาก แบตเตอรี่รถยนต์ = ไฟ DC ตอนเด็กๆ เคยเรียนว่าไฟรถคือไฟ DC ไฟบ้านคือไฟ AC ซึ่ง DC ยังเอาไปเสียบใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านตรงๆ ไม่ได้

แปรรูปพร้อมใช้งาน (Inverter): ต้องส่งไฟ DC นี้ผ่านเครื่องแปลงที่เรียกว่า “อินเวอร์เตอร์” (Inverter) เพื่อเปลี่ยนให้เป็น “ไฟฟ้ากระแสสลับ” (AC) ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับไฟบ้านที่เราใช้เสียบตู้เย็นหรือทีวีนั่นเอง

สรุปสั้นๆ: แสงแดดกระทบแผง → ปลุก (กระตุ้น) ไฟฟ้าให้ตื่น → แปลงไฟให้ใช้กับบ้านได้

โซลาร์เซลล์ ที่ทาง UR Solar มีจำหน่าย

On-Grid — ต่อกับสายการไฟฟ้า ผลิตไฟกลางวัน หากเกินใช้ขายคืนได้ เหมาะกับบ้านที่มีคนอยู่ตลอดและใช้ไฟสม่ำเสมอ (แต่ตอนนี้ขายคืนไม่ได้แล้วนะครับ คือใช้เกินก็ทิ้งเลย) หมายความว่า หากผลิตไฟได้มากกว่าการใช้งาน ในปัจจุบันไม่สามารถขายไฟคืนเข้าระบบได้แล้ว ไฟส่วนเกินจึงจะไม่ถูกนำไปใช้ (ถูกตัดทิ้งโดย Inverter) เช่น ติด 10 kW ใช้ 7 kW ที่ผลิตเกินไม่ได้ใช้ก็ทิ้งไปเลย

หมายเหตุ ในช่วงเวลาที่บทความนี้ถูกเขียน (พฤษภาคม 2569) นโยบายเดิมคือไม่รับซื้อไฟ แต่ปี 2569 มีการอนุมัติหลักการ Net Billing ซึ่งยังรอประกาศรายละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้ท้ายบทความ

Hybrid — มีแบตเตอรี่เสริม ใช้ไฟได้ทั้งกลางวันและกลางคืน รองรับกรณีไฟดับ เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟไม่สม่ำเสมอหรือต้องการสำรองไฟ

ในเมื่อ ปัจจุบันโซลาร์เซลล์ ไม่สามารถขายไฟคืนรัฐได้แล้ว (แต่แว่วๆ ว่ากำลังจะมีการปรับให้ขายได้ครับ อ่านท้ายบทความได้เลย)

ประโยชน์หลัก (ณ ปัจจุบัน) จึงอยู่ที่ การผลิตไฟใช้เอง เพื่อลดค่าไฟ เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และเพิ่มมูลค่าบ้านในระยะยาว

ในภาพ Infographic นำเสนอจากข้อมูล เดือนพฤษภาคม 2569

รู้จักอุปกรณ์

แผงโซลาร์ (Mono type / Monocrystalline):

มีสีดำเข้ม ประสิทธิภาพสูงกว่า Poly, ทำงานได้ดีแม้แสงน้อย
โดยทาง UR Solar แนะนำว่า อุณหภูมิที่ผลิตไฟได้ดีที่สุดคือ 25°C (ช่วงเช้าเหมาะสุด)

ทิศที่ติดตั้งแผงโซลาร์ดีที่สุด: ใต้ รองลงมาคือ ตะวันออก/ตก ส่วนทิศ เหนือ (แย่สุด) หากมีข้อจำกัด ตึกบัง บ้านอื่นบัง มีเหตุที่ติดในทิศใต้ ออก ตก ไม่ได้ ทิศเหนือยังติดได้แต่จะได้ไม่ได้ประหยัดเต็มๆ และทำไฟได้น้อยลง โดยการติดตั้ง แผงในกลุ่ม String เดียวกันต้องหันไปทิศเดียวกัน (ในกรณีใช้ MPPT เดียวกัน)

Inverter (ตัวแปลงไฟ):

รู้จักความปลอดภัย (Rapid Shutdown):

String Inverter (ไม่มี Rapid Shutdown)

ระบบนี้ ไม่สามารถตัดไฟ DC จากแผงได้ที่ระดับแผง

แม้จะปิดเบรกเกอร์ AC หรือปิดอินเวอร์เตอร์แล้ว → ไฟ DC จากแผงโซลาร์เซลล์ยังคงมีอยู่บนหลังคา

กระแสไฟ DC จะหยุดได้ก็ต่อเมื่อ

ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ นักดับเพลิงต้องดับไฟตามขั้นตอนปกติ และเพิ่มความระมัดระวังเรื่องไฟฟ้า DC

สรุป

❌ ไม่สามารถตัดไฟ DC จากแผงได้ทันที
⚠️ ยังมีแรงดันไฟ DC ค้างอยู่บนหลังคา
🔥 ความเสี่ยงสูงกว่าระบบที่มี Rapid Shutdown

String Inverter + Rapid Shutdown

เป็นการเพิ่มอุปกรณ์เพื่อช่วย ลดแรงดันไฟ DC ใกล้ระดับแผงได้รวดเร็วขึ้น

โดยทั่วไป การตัดไฟจะเป็นการกดปุ่ม (Manual) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรุ่นและระบบที่ติดตั้ง ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนเลือกใช้งาน

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ พื้นที่บนหลังคาจะปลอดภัยขึ้น และนักดับเพลิงเข้าปฏิบัติงานได้ง่ายกว่า

Micro Inverter

✅ แปลงไฟเป็น AC ที่แผงทันที
⚠️ ไม่มีไฟ DC แรงดันสูงวิ่งยาวทั้งระบบ
🔥 ความเสี่ยงจากไฟ DC ต่ำกว่าระบบ String

ข้อดีคือ Micro Inverter (ปลอดภัย ไม่มีไฟ DC แรงดันสูงค้างบนหลังคา)

อุปกรณ์อื่น ๆ: สายไฟ Yazaki, Breaker FEEO — ทุกชิ้นผ่านการรับรองจากการไฟฟ้า ได้มาตรฐาน

สิ่งที่คนจะติดตั้งแผงโซลาร์ควรรู้

หากชาร์จรถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้า แนะนำให้ชาร์จตอนกลางวัน หรือไม่ก็ TOU กลางคืนหลัง 4 ทุ่มไปเลย แต่ก็จะไม่ได้ชาร์จไฟเข้าแบตตอนกลางคืน

การติดตั้งแบบ Hybrid: ต้องพิจารณาขนาดแบต ให้พอดีกับไฟที่เหลือจากการใช้ (ไม่ใหญ่เกินหรือเล็กเกินไป)

Peak Sun Hours ในไทย: เฉลี่ยราว 4.0–5.5 ชม./วัน แสงแดดแรงสุดช่วง 10:00–15:00 น.

รู้จัก TOU

มิเตอร์ TOU (Time of Use): ค่าไฟถูก ในช่วง 22:00–09:00 น. ค่าไฟแพง +12% ในช่วง 09:00–22:00 น. → แนะนำชาร์จ EV ตอนกลางวันถ้ามีโซลาร์ ถ้าไม่มีแบตให้ชาร์จตอนกลางคืน

ทั้งนี้ อัตราค่าไฟ TOU อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับการไฟฟ้าอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

ติดโซลาร์ยังคุ้มไหม

คุ้มครับ สำหรับคนที่

สรุปสั้นๆ โซลาร์ยุคนี้ ติดเพื่อ “ลดค่าไฟ”

เราเหมาะกับติดโซลาร์แบบไหน?

ยิ่งใช้ไฟกลางวันมาก = ยิ่งคุ้ม

ลักษณะบ้าน)

ลักษณะบ้าน แนะนำ
🧑‍💻 บ้านที่ Work From Home On-Grid (ใช้ไฟกลางวันเยอะ คุ้มสุด)
👵 บ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่บ้านทั้งวัน Micro Inverter (ปลอดภัย มี Rapid Shutdown)
❄️ บ้านที่เปิดแอร์ทั้งวัน On-Grid ขนาดใหญ่ขึ้น หรือ Micro Inverter (ลดค่าไฟได้ชัด)

ปรับพฤติกรรมการใช้ไฟ

ถ้าเราปรับเวลาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้ในช่วงที่สามารถใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ที่ผลิตได้เอง ก็เหมือนเป็นการขยับเวลาใช้ไฟฟ้าจากช่วงที่ต้องซื้อไฟจากการไฟฟ้ามาใช้ไฟที่เราผลิตเองมากขึ้น ทำให้ประหยัดค่าไฟได้จริง

แต่ในชีวิตจริง หากเราทำงานที่บ้าน หรือมีงานด่วนบางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ จึงควรเลือกปรับเท่าที่ทำได้ และให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้าน

บ้าน Work From Home


บ้านมีผู้สูงอายุอยู่บ้านทั้งวัน


บ้านที่เปิดแอร์ทั้งวัน

5 kW / 10 kW = ใช้ไฟเยอะแค่ไหน เหมาะกับใคร?

โซลาร์ 5 kW

ถือว่า “ใช้ไฟปานกลาง”

ผลิตไฟได้ประมาณ 18–25 หน่วย (kWh) / วัน เหมาะกับค่าไฟราว 2,500–4,000 บาท/เดือน

เหมาะกับใคร

🧑‍💻 บ้าน Work From Home 1–2 คน
🏠 บ้านเดี่ยว / ทาวน์เฮาส์
❄️ เปิดแอร์วันละ 1–2 เครื่อง
ซักผ้า ทำกับข้าว ใช้ไฟช่วงกลางวันบ้าง

จุดเด่น

งบไม่สูง
คืนทุนง่าย
ไม่ต้องปรับพฤติกรรมเยอะ

โซลาร์ 10 kW

ถือว่า “ใช้ไฟเยอะ”

ผลิตไฟได้ประมาณ 35–50 หน่วย (kWh) / วัน เหมาะกับค่าไฟราว 6,000–10,000+ บาท/เดือน

เหมาะกับใคร

👵 บ้านมีคนอยู่บ้านทั้งวัน
❄️ เปิดแอร์หลายเครื่อง / เปิดทั้งวัน
🧑‍👩‍👧‍👦 บ้านหลังใหญ่ คนอยู่หลายคน
🚗 มีแผนชาร์จรถ EV ตอนกลางวัน

แนะนำเพิ่มเติม

ถ้าใช้ไฟไม่ถึง → ไฟผลิตเกินจะ “ทิ้ง”

ติดใหญ่เกิน แต่ใช้ไม่ถึง = ไม่คุ้ม

แต่เดี๋ยวก่อนครับ มาอ่านรายละเอียดการขายไฟด้านล่างกันก่อน

โซลาร์เซลล์ไม่ใช่ยิ่งติดใหญ่ ยิ่ง kW เยอะยิ่งดี แต่คือการติดให้พอดีกับไฟที่ใช้ในช่วงที่แดดออก ถึงจะคุ้มที่สุด

ปิดท้าย เรื่องการขายไฟ ล่าสุดปี 2569 เริ่มมีข้อกำหนดในการขายไฟ ปกติแล้ว ก่อนหน้านี้ หากจะเริ่มขายไฟ

ล่าสุด ปีนี้ ขายไฟได้ แต่ห้ามเกิน 5 kW ต่อมิเตอร์ ครับ (รอรายละเอียดตามหลักการที่อนุมัติ)

รายละเอียด 

ล่าสุด สถานการณ์การขายไฟโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านพักอาศัยในปี 2569 (2026) มีการอัปเดตสำคัญจากนโยบายภาครัฐดังนี้:

เงื่อนไขการขายไฟ (Net Billing)

บ้านที่ติดโซลาร์ สามารถ ขายไฟส่วนเกินที่ผลิตได้กลับเข้าระบบไฟฟ้า ให้กับการไฟฟ้า (MEA / PEA) ได้ โดยมีอัตรารับซื้ออยู่ที่ 2.20 บาท/หน่วย (kWh) และเป็นราคาคงที่สำหรับสัญญาการขายไฟ 10 ปี

ระบบนี้เป็นแบบ Net Billing:

ข้อมูลน่ารู้เพิ่มเติม

อัตรารับซื้อ 2.20 บาท/หน่วย ต่ำกว่าค่าไฟบ้านโดยรวม (ราว 3.9 – 4 บาท/หน่วย) แสดงว่า การใช้ไฟที่ผลิตเองมีประโยชน์มากกว่า การขายไฟกลับ

หมายเหตุ : ระบบ Net Billing ยังต้องรอการประกาศรายละเอียดจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้แล้วเสร็จภายในประมาณกลางปี 2569 ก่อนเริ่มรับสมัครและขายไฟได้จริง

ข่าวดีคือ ในปี 2569 ทุกบ้าน (ที่ติดโซลาร์ + เข้าเงื่อนไข + อยู่ในโควตา) สามารถขายไฟส่วนเกินกลับเข้าการไฟฟ้าได้จริงผ่านระบบ Net Billing ในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย แต่ ต้องรอการประกาศระเบียบจาก กกพ. และมีข้อจำกัดเรื่องขนาดสูงสุด 5 kW ต่อมิเตอร์ ก่อนใช้งานได้เต็มรูปแบบ ถือเป็นข่าวดี เพราะปกติ ใช้เกินต้องทิ้งเลย

หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรืออยากปรึกษาว่าบ้านของคุณเหมาะกับโซลาร์แบบไหน สามารถ Add LINE yokekungworld ได้ครับ ทางบริษัทยินดีดูแลการยื่นขออนุมัติและติดตั้งกับการไฟฟ้าให้ครบวงจร

นันท์ชวิชญ์ ชัยภาคย์โสภณ (หยก) โทร 062-452-5442

Exit mobile version