แนะนำลำโพงตัวจิ๋ว แต่เสียงดังสะใจ Samsung Pleomax USB Speaker

แนะนำลำโพงตัวจิ๋ว ต่อแบบ USB ตัวเล็ก กระทัดรัด แต่เสียงใหญ่สะใจ

คุณสมบัติ:

•  ใช้พลังงานจาก USB  
•  เทคโนโลยีเสียง 3D sound จำลองเสียง 5.1 แชนแนล
•  จำลองและสร้างรูปแบบเสียงสามมิติ
•  ประหยัดพลังงาน ไม่มีปุ่มเปิด/ปิด แต่จะใช้พลังงานน้อยที่สุดเมื่อไม่มีการเปิดเพลงหรือเสียงใดๆ  
•  ใช้กับMicrosoft Windows 98 second edition, 2000, Millennium, XP และ mac OS 10.0 หรือสูงกว่า
•  มีแผ่นไดร์เวอร์จำลองเสียงให้
ป้องกันสนามแม่เหล็ก

อ้อ มีสีขาว กับสีดำ ลองใช้แล้วสะใจมากๆ
ดูรายละเอียดได้
http://www.samsungpleomax.com
http://www.samsungzirex.com/speaker.html

ตั้งกำแพงสกัดผู้รุกรานด้วย Windows Firewall

ตั้งกำแพงสกัดผู้รุกรานด้วย Windows Firewall

เรียบเรียงจาก www.microsoft.com โดย MrYoke

 

หากเปรียบกับบ้านพักอาศัย ต้องมีกำแพงรั้วบ้านที่มิดชิด เพื่อป้องกันผู้บุกรุก การใช้งานวินโดวส์ก็เหมือนกัน เปรียบเสมือนประตูที่เปิดคอยต้อนรับการทำงานของโปรแกรมต่างๆ แต่ก็อาจมีผู้ไม่หวังดีแอบเล็ดลอดเข้ามาทำอันตรายคนในบ้านได้ ดังนั้นการสร้างกำแพงป้องกันให้มั่นคงแข็งแรงจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาคิดปองร้าย วินโดวส์จึงต้องมีกำแพงป้องกันไฟร์วอลล์ เรียกว่า Windows Firewall หรือที่รู้จักกันในนามของ Internet Connection Firewall หรือ ICF ที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันภัยที่ตั้งด่านคอยตรวจสอบผู้คนที่เข้าและออกเมือง เพื่อคอยตรวจตราการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย หรืออินเตอร์เน็ต กำแพงด่านนี้จะตรวจสอบว่าหากมีผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาจากข้างนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกกักตัวไว้ทันที

 

หากคุณใช้งาน Windows XP Service Pack 2 (SP2) จะมีคุณสมบัติ Windows Firewall ตั้งค่าไว้ให้เพื่อความปลอดภัยแล้ว เหตุใดจึงต้องมี Firewall เหตุผลคือในการต่อเชื่อมกับเครือข่ายหรืออินเตอร์เน็ตที่มีผู้ใช้จำนวนมาก เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่า ใครแปลกปลอมเข้ามาหาเราหรือไม่ มีขโมยข้อมูลในเครือของเราหรือไม่ หรือบางคนอาจได้ยินคำว่าแฮกเกอร์หรือนักเจาะระบบ ที่อาศัยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเจาะระบบเข้ามาโจรกรรมข้อมูลเราได้ สำหรับคอมพิวเตอร์บางเครื่องอาจไม่ได้เปิดคุณสมบัตินี้เอาไว้

 

เราจึงควรจะตั้งกำแพงป้องกัน Windows Firewall เอาไว้เพื่อความปลอดภัย

1. คลิกที่ปุ่ม Start และเลือก Control Panel

2. ในหน้าต่าง Control panel คลิกไอค่อน Windows Security Center

3. คลิก Windows Firewall

 

 

 

 

 

Security Center

คำแนะนำ หากคุณไม่ใช้ Windows Firewall คุณสามารถติดตั้งและใช้งานโปรแกรมไฟร์วอลล์ตัวอื่นๆได้ ลองใช้โปรแกรมไฟร์วอลล์แบบดาว์นโหลดทดลองใช้ และเลือกใช้ตัวที่คุณชอบคุณสมบัติและการทำงาน หากคุณติดตั้งและเปิดใช้โปรแกรมไฟร์วอลล์ตัวอื่นๆ ให้ปิดการทำงานของ Windows Firewall เสียก่อน

Windows Firewall ทำงานอย่างไร

หากคุณใช้งานกับระบบเครือข่ายหรืออินเตอร์เน็ต เมื่อโปรแกรมบางโปรแกรมพยายามเชื่อมต่อโดยใช้คอมพิวเตอร์ของคุณเป็นเครื่องติดต่อ เราเรียกว่า "unsolicited request" คือการพยายามต่อเชื่อมหรือติดต่อกับเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตัว Windows Firewall จะบล็อกหรือระงับการเชื่อมต่อนั้นทันที  หากคุณเปิดโปรแกรมดังเช่นโปรแกรมแชตยอดฮิตหรือเกมที่เล่นหลายๆคนแบบ multiplayer ผ่านระบบเครือข่าย จะมีหน้าต่างเตือนในการเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตหรือเครือข่าย ด่านกำแพง firewall ที่ตั้งด่านสกัดอย่างขยันขันแข็งจะตรวจสอบการใช้งาน คุณจะต้องอนุญาตหรือไม่อนุญาต block หรือ unblock (allow) การเชื่อมต่อ การติดต่อนั้น เหมือนๆกับว่าการทำงานของโปรแกรมแชตหรือเกมออนไลน์จะต้องติดต่อกับผู้ใช้จำนวนมากๆ เหมือนๆกับเราออกไปข้างนอกที่มีผู้คนจำนวนมากจะต้องบอกผู้ปกครองก่อน คุณจะพบหน้าต่างข้อความคล้ายๆแบบนี้

Firewall security alert หน้าต่างแจ้งเตือนภัยรุกราน

 

หากคุณเลือกที่จะไม่บล็อกการเชื่อมต่อ การเชื่อมต่อจะสามารถดำเนินต่อไปโดยมีคุณเป็นผู้ตัดสินใจ Windows Firewall จะสร้างข้อยกเว้นสำหรับการเชื่อมต่อนี้ ซึ่งไฟร์วอลล์จะไม่แสดงหน้าต่างมารบกวนแจ้งเตือนคุณให้รำคาญใจอีกต่อไป

ข้อแนะนำ แม้ว่าคุณจะสั่งให้ไฟร์วอลล์เปิดการทำงานให้กับบางโปรแกรมที่คุณอนุญาตให้ทำการเชื่อมต่อ แต่นั่นก็หมายถึงเพิ่มความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์

 

ในการป้องกันการบุกรุกเข้ามาโจรกรรมข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เราควรรู้จักวิธีในการป้องกัน และรู้เท่าทันวิธีในการลักลอบโจรกรรมข้อมูล ข้อดีของไฟร์วอลล์คือช่วยป้องกันไวรัสและหนอนที่จะแอบคืบคลานเข้ามาจากช่องโหว่ของวินโดวส์ นอกจากคุณเปิดการทำงานของไฟร์วอลล์แล้ว คุณจะต้องติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสไว้ด้วยเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งเพื่อความอุ่นใจ นอกจากนี้ทางไมโครซอฟท์ได้ออกตัวแพตซ์สำหรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นที่จะเป็นอันทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าไปในเครื่องคุณได้ ดังนั้นคุณจึงควรหมั่นอัพเดตแพตซ์จากไมโครซอฟท์ คล้ายๆกับเราคอยหมั่นตรวจสอบความแข็งแรงของประตู หน้าต่าง กลอน ลูกบิด คอยซ่อมแซมหลังคาที่รั่วอยู่เสมอ

 

ป้องกันตัวไว้ก่อนภัยจะถึงตัว

 

หากเปรียบก็เหมือนกับว่าหากมีใครที่เราไม่รู้จักเอากล่องแปลกๆมาวางไว้หน้าบ้านเรา เราคงไม่เปิดเพราะอาจเป็นระเบิด ยาเสพติด หรือใครอาจคิดปองร้ายเราก็ได้ สำหรับการใช้งานอีเมล์ หากมีไฟล์แนบที่แปลกๆ นามสกุลไฟล์ที่เราไม่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ส่งที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็อย่าเปิดไฟล์แนบนั้นเด็ดขาด เพราะอาจเป็นกับดักก็เป็นได้ หรือหากมีอีเมล์แปลกๆส่งมาบ่อยๆเราอาจต้องบล็อกซะ คล้ายๆกับมีคนส่งโบรชัวร์แปลกๆมาให้เราอยู่เป็นประจำ แล้วเราไม่ได้อ่าน ก็ลบทิ้งไปซะหรือไม่ก็บล็อกไว้ซะเลย

  

 

 

เติมเต็มประสิทธิภาพมัลติมีเดียสมจริงกับ DirectX Technology

คอมเซเว่น ไอทีโชว์ : เติมเต็มประสิทธิภาพมัลติมีเดียสมจริงกับ DirectX Technology

 

บริษัท คอมเซเ่ว่นจำกัด ผู้แทนจำหน่ายการ์ดแสดงผลคุณภาพ ขอนำเสนอเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี DirectX จาก Microsoft  ที่หลายๆคนโดยเฉพาะเกมเมอร์ตัวยง กราฟฟิคดีไซน์ที่ชื่นชอบและใฝ่หาไดร์เวอร์ DirectX ล่าสุด สรรหาการ์ดแสดงผลล่าสุดที่สนับสนุนเทคโนโลยี DirectX ตัวใหม่ นับว่าไดร์เวอร์ DirectX มีส่วนช่วยในการทำงานด้านการแสดงผลภาพ การแสดงมัลติมีเดีย การสนับสนุนการทำงานของแอพพลิเคชั่นในการทำงานด้านความบันเทิงในการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows DirectX นับว่าเป็นมาตรฐานที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในการใช้งานกับ Windows บนเครื่อง PC ในการเปิดการทำงานของซอฟต์แวร์เพื่อดึงประสิทธิภาพในการทำงานระหว่างตัวซอฟต์แวร์ ไดร์เวอร์ ให้สามารถทำงานกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 1995 และได้รับการยอมรับ ความเป็นมาตรฐาน การสนับสนุนการทำงานด้านแอพพลิเคชันมัลติมีเดีย รวมไปถึงการเล่นเกมในระบบปฎิบัติการ Windows

 

รู้จักกับ DirectX

สำหรับชื่อ หลายๆคนคงจะได้ยินคำว่า DirectX เป็นประจำ ยิ่งใครที่ใช้คอมพิวเตอร์มานาน ใช้เล่นเกม ใช้งานด้านมัลติมีเดีย การรองรับและการสนับสนุนการทำงานกับ DirectX ในการทำงานทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์นั้นมีความสำคัญและจำเป็น สำหรับเทคโนโลยี DirectX นี้เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ Windows สามารถรีดพลังและทำงานด้านภาพและเสียงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองการเล่นเกมหรือรับชมภาพยนตร์บนพีซี

 

ในส่วนของ DirectX นั้นเป็นแอพพลิเคชั่นโปรแกรมที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถเชื่อมและสื่อสารการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้ เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า APIs อธิบายง่ายๆเหมือนกับเป็นสะพานหรือเป็นล่ามเพื่อให้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์สื่อสารกันได้รู้เรื่อง โดยสามารถดึงการทำงานของอุปกรณ์ให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแสดงภาพสามมิติสมจริง การทำงานด้านเีสียงของซาว์นการ์ด และยังควบคุมการทำงานทั่วไป การทำงาน 2 มิติ สนับสนุนอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกเช่นจอยสติ้ก คีย์บอร์ดและเม้าส์ รวมทั้งควบคุมการมิกซ์เสียง การขยายเสียง ด้วยความสามารถอัจฉริยะของ DirectX ให้คุณสัมผัสประสบการณ์ใหม่จากความสมจริง ความอลังการทางด้านภาพและเสียงสามมิติ ระบบเสียงสมจริง และระบบเสียงคุณภาพสูง โดยปัจจุบัน DirectX จะสนับสนุนระบบปฏบัติการตั้งแต่ Windows 98, Windows 98 SE, Windows Millennium Edition (Windows Me), Windows 2000, Windows Server 2003 สำหรับ Windows XP เวอร์ชั้นแรกสนับสนุน DirectX 9.0b ส่วน Windows XP Service Pack 2 ล่าสุดจะสนับสนุน DirectX 9.0c

 

จะเห็นได้ว่า DirectX มีความสำคัญในการทำงานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมไปถึงช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ๆจำเป็นต้ิองอาศัยไดร์เวอร์ DirectX เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งเค้นประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดแวร์ รวมไปถึงการทำงานชิปเ้ซต ทางด้านเกมใหม่ๆ สนับสนุนและรองรับการทำงานกับ DirectX เวอร์ชั่นล่าสุด เรียกได้ว่าสำัคัญขนาดนี้ ไม่มีไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องมี แต่ปัจจุบันหากคุณใช้ Windows XP Service Pack 2 ไม่ต้องห่วงเืนื่องจากได้รวมเอา DirectX 9.0c มาให้เรียบร้อยแล้ว จึงสนับสนุนและรองรับการทำงานด้านมัลติมีเดีย เกมใหม่ๆ ได้อย่างสะใจ เร้าใจกับภาพสุดตระกาตา อินไปกับเสียงสมจริง สัมผัสเทคโนโลยีล่้าสุดจากการ์ดแสดงผลคุณภาพจากคอมเซเ้ว่น ได้จากร้านตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน พร้อมอุ่นใจกับบริการหลังการขายที่เอาใจใส่และดูแลด้วยใจ จากคอมเซเว่น

 

สร้างสรรค์ความรู้เทคโนโลยีไอทีโดย บริษัท คอมเซเว่น จำกัด

พบกับการ์ดแสดงผลคุณภาพ กับเทคโนโลยีล่าสุด ที่ตอบสนองครบทุึุกความต้องการ ได้ที่

บริษัท คอมเซเว่น จำกัด

โทร 0-2627-5777

www.comseven.com

 

รู้จักกับ USB 2.0

คอมเซเว่น ไอทีโชว์ : รู้จักกับ USB 2.0

คำศัพท์คอมพิวเตอร์ที่ทุกคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ต้องพบเจอในการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้การเชื่อมต่อ โอนถ่ายข้อมูล จะต้องได้ยินคำว่า USB อย่างแน่นอน แต่ถ้าแยกออกไปจะเป็น USB 1.1 และ USB 2.0 จนหลายๆคนอาจจะงงว่ามันคืออะไร 1.1 กับ 2.0 วันนี้คอมเซเว่นพาท่านมารู้จักกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบ USB กัน

 

รู้จักกับ USB กันก่อน

ในการเชื่อมต่อสมัยก่อนนั้นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าจะมีพอร์ต serial คือพอร์ตพวกต่อจอยสติ๊กเพื่อเล่นเกม พอร์ต parallel ที่ใช้กับพรินเตอร์รุ่นเก่า สำหรับการเชื่อมต่อแบบ USB นั้นกำเนิดขึ้นมาเพื่อรองรับและสนับสนุนการเชื่อมต่อหลายรูปแบบ เนื่องจากมีอุปกรณ์จำนวนมากทั้งเครื่องพิมพ์ กล้องดิจิตอล ฮาร์ดดิสก์แบบต่อภายนอก ที่ต้องใช้การต่อเชื่อม จึงมีการคิดค้นรูปแบบพอร์ตเชื่อมต่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ช่องขนาดเดียวกัน คือลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนๆ ดังนั้นอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้พอร์ตนี้จึงสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับในเรื่องความเร็วนั้น USB 1.1 ได้รับการพัฒนามาหลายปีแล้ว โดยคำว่า USB มาจากคำว่า Universal Serial Bus ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นรูปแบบมาตรฐานการเชื่อมต่อ ที่ส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็วกว่าแบบ serial และแบบ parallel นอกจากนี้สังเกตได้ว่าเม้าส์และคีย์บอร์ด ปกติจะเป็นแบบ PS/2 แต่ปัจจุบันนิยมหัวต่อแบบ USB กันมากขึ้น โดยเทคโนโลยี USB ได้รับการพัฒนาโดยCompaq, DEC, IBM, Intel, Microsoft, NEC และ Northern Telecom โดยมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานการเชื่อมต่อความเร็วสูงและใช้ทดแทนพอร์ต serial และ parallel ที่ใช้กันอย่างจำกัด เนื่องจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีพอร์ต serial ให้ 2 พอร์ต parallel 1 พอร์ต การใช้งานกับอุปกรณ์หลายๆอย่างก็ต้องมาพ่วงกันให้วุ่นวาย ปัจจุบ้นมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ให้ความสนใจและนิยมเลือกใช้การเชื่อมต่อแบบ USB กันมากขึ้น แพร่หลายๆมาก เรียกได้ว่าตอนนี้คอมพิวเตอรฺ์เครื่องหนึ่งมีพอร์ต USB ให้ 4 6 พอร์ต และยังเชื่อมต่อกับพอร์ตหน้าเคสได้อีก นอกจากนี้อุปกรณ์พ่วง USB Hub ยังได้รับความนิยมเนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อแพร่หลายมากขึ้น ทั้งกล้องดิจิตอล Infrared Bluetooth USB Flash Drive ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

            

= = แยกกันให้เห็นชัดๆกับสัญลักษณ USB 1.1 (ซ้าย) และ Hi-Speed USB 2.0 (ขวา) = =

 

ว่ากันด้วยเรื่องของความเร็ว

เมื่อเรารู้จักกับ USB แล้วเรามารู้จักกับความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลกันบ้าง สำหรับ USB 1.1 จะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่ช้าไม่ทันใจหากต้องโอนถ่ายข้อมูลครั้งละมากๆ ทำให้ใช้เวลานานในการรอคอยโอนข้อมูล ดังนั้นมาตรฐานในปัจจุบันที่ใช้ในการโอนถ่ายข้อมูล หลายๆคนจะมองหา USB 2.0 ที่มีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่สูงกว่า ใช้เวลาในการโอนถ่ายข้อมูลน้อยกว่า

 

ทางด้านความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล USB 1.1 จะมีอัตราการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 12Mbits ต่อวินาทีแต่ความเร็วนี้ก็ยังไม่ถือว่าเร็วมากจนเรียกได้ว่า Hi-Speed เนื่องจากความเร็วในขั้น Hi-Speed USB จะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 480Mbits ต่อวินาที

สำหรับความเร็วของ USB 2.0 จะมีความเร็วอยู่ที่ 480Mbits ต่อวินาที ดังนั้นเมื่อคุณเห็นคำว่า ‘Hi-Speed USB2.0’ และใช้งานกับเมนบอร์ดที่รองรับ USB 2.0 การโอนถ่ายข้อมูลของคุณจึงเป็นเรื่องง่ายๆ โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็ว สะดวกในการติดตั้ง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน

 

ประโยชน์ของ USB

ข้อดีในการใช้งาน USB คือเรื่องความง่ายในการใช้งาน (plug and play) แค่เสียบอุปกรณ์ในช่อง USB ใน Windows XP ก็สามารถใช้งานได้ทันที สำหรับ Windows รุ่นก่อนๆ อย่าง Windows 98/MEจะต้องติดตั้ง Driver เพื่อให้สามารถใช้งาน USB ได้ ด้วยการเชื่อมต่อแบบ USB ให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลาย โดยคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB ได้มากถึง 100 ชิ้นเลยทีเดียว

 

ร่วมถ่ายทอดพลังความรู้ทางเทคโนโลยีโดย

 

บริษัท คอมเซเว่น จำกัด โทร 0-2627-5777 www.comseven.com

 

เรียบเรียงข้อมูลจาก
http://www.usb.org
http://www.everythingusb.com/usb2/faq.htm 
http://en.wikipedia.org/wiki/Universal_Serial_Bus

 

 

รู้ลึก รู้จริง กับรูปแบบการบีบอัดไฟล์วีดีโอ MPEG

รู้ลึก รู้จริง กับรูปแบบการบีบอัดไฟล์วีดีโอ MPEG
 
รู้จักกับไฟล์วีดีโอ MPEG
ไฟล์วีดีโอ MPEG ย่อมาจาก Moving Picture Experts Group โดยอ่านออกเสียงว่า m-peg (เอ็ม-เปค) โดยเป็นรูปแบบของการบีบอัดไฟล์ภาพวีดีโอซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นมาตรฐานโดยกลุ่มนี้ ซึ่งรูปแบบไฟล์วีดีโอที่ได้รับการบีบอัดในแบบ MPEG จะมีคุณภาพในการแสดงภาพที่ดีกว่าวีดีโอโดยไฟล์ในรูปแบบ MPEG จะถอดรหัสโดยใช้ความสามารถของฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์  
 
โดยไฟล์วีดีโอในแบบ MPEG ได้รับการบีบอัดโดยใช้หลักการบีบอัดจากอัตราการเล่นภาพเป็นเฟรมๆ แทนที่จะบันทึกภาพในทุกๆเฟรมซึ่งทำให้ต้องใช้เนื้อที่ในการเก็บมาก การบีบอัดไฟล์แบบ MPEG ได้รับการบีบอัดข้อมูลโดยการเข้ารหัสที่เรียกว่า DCT โดยไฟล์ในแบบ MPEG อาจมีการสูญเสียข้อมูลบางส่วนจากการบีบอัด แต่ก็เป็นส่วนน้อยมากโดยที่ตาเรามองไม่เห็นและไม่สามารถสังเกตได้
 
รู้จักกับรูปแบบการบีบอัดไฟล์ในมาตรฐาน MPEG 3 รูปแบบ คือ MPEG-1, MPEG-2 และ MPEG-4
 
MPEG-1 เรียกกันง่ายคือ Video CD
โดยปกติแล้วการรับชมภาพยนตร์จากแผ่นซีดี หรือที่เรียกกันติดปากว่าวีดีโอซีดี (VCD) นั้น จะเป็นรูปแบบการบีบอัดไฟล์ในมาตรฐาน MPEG-1 ที่มีความละเอียดของภาพที่ 352 X 240 ที่ 30 เฟรมต่อวินาที (fps) ซึ่งเปรียบได้กับคุณภาพการแสดงผลวีดีโอแบบ VCR video
 
MPEG-2 เข้าใจง่ายๆคือ DVD
ถัดมา เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการบีบอัดไฟล์ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการบีบอัดมากขึ้น MPEG-2 มีความละเอียดมากขึ้น นั่นหมายถึงภาพที่ออกมามีสัดส่วนที่ใหญ่ขึ้นเท่ากับ 720x480 และ 1280x720 ที่ 60 fps โดยคุณภาพเสียงเทียบเท่ากับซีดี ซึ่งมาตรฐานนี้เป็นที่ยอมรับและสามารถเล่นบนหน้าจอโทรทัศน์ในรูปแบบมาตรฐาน NTSC หรือแม้แต่ HDTV ได้ ซึ่งถ้าเทียบกันแล้ว รูปแบบ MPEG-2 เป็นรูปแบบของวีดีโอในแผ่น DVD-ROM โดยรูปแบบ MPEG-2 สามารถบีบอัดไฟล์วีดีโอความยาว 2 ชั่วโมงได้โดยใช้ขนาดไฟล์ในการบันทึกเพียง 23 กิ๊กกะไบท์เท่านั้น ในขณะเดียวกันการอ่านค่ารหัสไฟล์ MPEG-2 ต้องการเทคโนโลยีที่รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอในรูปแบบนี้ด้วย ซึ่งไฟล์ MPEG-2 ต้องใช้เทคโนโลยีในการเข้ารหัสที่สูงกว่า
 
MPEG-1 Layer 3
มาถึงรูปแบบของไฟล์อีกแบบ หลายๆคนอาจสงสัยว่าทำไมเป็น MPEG 1, 2 แล้วข้ามมาที่เลข 4 เลย แล้ว MPEG-3 ล่ะ อันที่จริงแล้ว MPEG-1 Layer-3 ที่เราเรียกว่า MP3 หลายๆคนคงถึงบางอ้อว่าเป็นรูปแบบการบีบอัดข้อมูลเสียง นั่นคือเพลงในรูปแบบ MP3 นั่นเอง
 
MPEG-4
ส่วนรูปแบบของ MPEG-4 นับว่าเป็นรูปแบบที่ทันสมัยโดยใช้หลักการบีบอัด การเข้ารหัสกราฟิกและวีดีโอในแบบอัลกอริทึ่ม ที่ได้รับการพัฒนามาจาก MPEG-1 และ MPEG-2 และเทคโนโลยีของ Apple QuickTime โดยไฟล์ที่ได้รับการบีบอัดในรูปแบบ Wavelet-based MPEG-4 จะมีขนาดเล็กกว่า JPEG หรือไฟล์ QuickTime ซึ่งเป็นผลมาจากการลดขนาดช่วงกว้างของแบนด์วิท และรวมเอาไฟล์วีดีโอกับข้อความ กราฟิกเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้รวมเอาแอนิมาชั่น 2-D และ 3-D ไว้ด้วย รูปแบบไฟล์ MPEG-4 ถือว่าเป็นมาตรฐานในเดือนตุลาคม 1998 โดยการรับรองจาก ISO/IEC เลขที่ 14496
 
ข้อมูลจาก www.mpeg.org  
 
 

สร้างรหัสผ่านที่คาดเดายากแต่จำง่าย

นำมาจากการตั้งรหัสผ่านสำหรับการสมัครอีเมล์ Hotmail ครับ

รหัสผ่านที่คาดเดายาก เป็นรหัสผ่านที่ผู้อื่นหรือโปรแกรมถอดรหัสผ่านไม่สามารถทราบหรือคาดเดาได้

หมายเหตุ ในการลงชื่อเข้าใช้เว็บไซท์หรือบริการบางอย่างใน Microsoft Passport Network อาจต้องกำหนดรหัสผ่านที่คาดเดายาก

หากต้องการกำหนดรหัสผ่านที่จดจำง่ายแต่ผู้อื่นคาดเดาได้ยาก กรุณาลองใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • รวมตัวอักษรอย่างน้อย 2 ตัวหรือมากกว่านั้น และใช้หมายเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์อื่นรวมกัน เช่น Walk[My]Dog Po#34tato และ Champions=1995 เป็นต้น
  • ใช้คำย่อของประโยคที่คุณจดจำได้ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งตัวอักษร หมายเลข หรือใช้หมายเลขหรือสัญลักษณ์ที่สามารถแทนที่คำบางคำได้ เช่น I ride my bike 5 miles each Saturday เปลี่ยนเป็นรหัสผ่านคือ Irmb5meS
  • ใช้เครื่องหมายวรรคตอนและหมายเลข เพื่อรวมคำย่อของกลุ่มบุคคลหรือสิ่งของที่คุณคุ้นเคย เช่น นักกีฬา เพื่อนๆ ภาพยนต์ หนังสือ หรือบุคคลในประวัติศาสตร์ที่คุณชื่นชอบ เป็นต้น เช่น Gandhi, Abraham Lincoln, and Joan of Arc รหัสผ่านควรเป็น 1G,2AL,JA
  • ตัดเสียงสระของคำที่ใช้บ่อยออก และแทนที่ด้วยหมายเลขหรือสัญลักษณ์ เช่น Walk three dogs เปลี่ยนเป็นรหัสผ่านคือ Wlk3Dgs

รหัสผ่านที่คาดเดายาก

  • ควรมีอย่างน้อย 7 ตัว และไม่เกิน 16 ตัว
  • มีตัวอักษรอย่างน้อย 3 ชนิดจากรูปแบบ 4 ชนิดด้านล่างนี้
    • ตัวพิมพ์ใหญ่ (เช่น A, B, C)
    • ตัวพิมพ์เล็ก (เช่น a, b, c)
    • ตัวเลข (เช่น 1, 2, 3)
    • สัญลักษณ์ (` ~ ! @ # $ % ^ & * ( ) _ + – = { } | [ ] \ : " ; ‘ < > ? , . /)
  • ไม่ควรใช้ชื่อหรือคำทั่วไป หรือการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายคลึงกัน

ผู้ให้บริการบางรายอาจขอให้คุณกำหนดรหัสผ่านที่คาดเดายากด้วยเช่นกัน ซึ่ง

  • รหัสผ่านต้องไม่เหมือนกับรหัสผ่านที่เคยใช้ใน 4 ครั้งที่ผ่านมา
  • ไม่ควรคล้ายคลึงกับรหัสผ่านเดิมมากเกินไป เช่น ถ้ารหัสผ่านเดิมของคุณคือ Champions=1995 รหัสผ่านใหม่ไม่ควรเป็น Champions=1996

ข้อสำคัญ

  • กรุณาอย่ากำหนดรหัสผ่านของคุณโดยใช้ตัวอย่างด้านบน
  • อย่าเขียนรหัสผ่านของคุณไว้
  • กรุณาอย่าเปิดเผยรหัสผ่านของคุณทางข้อความด่วนหรือบอกรหัสผ่านให้บุคคลอื่นทราบ ซึ่ง Microsoft Passport Network จะไม่ขอให้คุณเปิดเผยรหัสผ่านทางอีเมล์โดยเด็ดขาด
  • ในกรณีที่คุณมีบัญชีอีเมล์มากกว่าหนึ่งบัญชี เช่น บัญชีของบริษัทและบัญชีส่วนบุคคล ควรใช้รหัสผ่านที่ต่างกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก https://help.msn.com/!data/th_th/data/passportv3.its51/$content$/PP_CONC_PW_ABOUTCREATINGASTRONGMEMORABLEPASSWORD.HTM

สนุกกับการสร้าง MSN Space พื้นที่ไดอารี่ส่วนตัวของคุณเอง

ใครที่มีอีเมล์ของ Hotmail และเล่น MSN Messenger มีบริการที่น่าสนใจ MSN My Space
เหมือนกับการเขียนบล็อค ( Blog) คล้ายๆกับไดอารี่ออนไลน์ สามารถร้าน Blog บ่นเรื่องราวในแต่ละวันได้ง่ายๆ ใส่ข้อความ รูปภาพได้เหมือนกับการโพสกระทู้ทั่วๆไป   สนุกกับการแชร์รูปภาพให้เพื่อน มิตรสหายได้ดูกันคลายเหงา หากไม่มีเวลาเข้าเน็ตมาอัพก็สามารถอัพไดอารี่ผ่านมือถือได้อีก นอกจากนี้ยังเปลี่ยนสี วางเลย์เอ้าต์ ธีมได้ตามใจเลยทีเดียว และแน่นอน การอัพเหมือนๆกับทำเวปไซต์ด้องมีเนื้อที่ให้เราใส่รูป ใส่เพลง ข้อความได้มากพอ ทาง MSN ได้ให้เนื้อที่มาถึง 30 MB เลยทีเดียว

ลองค้นหาความสนุกจาก MSN My Space ได้ที่ http://spaces.msn.com

บทความโดย
Yokekung

จาก http://www.area168.com/software/06_48/msn/index.htm

รู้ลึก รู้จริง กับรูปแบบเพลง WMA

What is "WMA"??  
 
รู้จักกับเทคโนโลยี DRM นวัตกรรมเพื่อการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงในแบบ Windows Media Audio (WMA)

รูปแบบไฟล์แบบ Windows Media เป็นรูปแบบการบีบอัดไฟล์คุณภาพสูง ที่มีการบีบอัดในรูปแบบดิจิตอลที่รองรับการเล่นไฟล์แบบสตรีมมิ่งและสามารถดาว์นโหลด เล่นได้จากแอพพลิเคชั่นบนพีซี เครื่อง set-top boxes และเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา โดยมีตัวถอดหรัส Windows Media Audio and Video code cs และได้รวมเอาการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ digital rights manageme nt (DRM) เอาไว้ด้วย นับว่าเป็นรูปแบบการบีบอัดไฟล์ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดี สนับสนุนเครื่องเล่นหลายชนิด รองรับการเล่นบนเครื่องเล่นในหลายๆแฟลตฟอร์ม โดยรูปแบบของ Windows Media Audio นี้ได้รับการพัฒนามาจากความพยายามของไมโครซอฟต์ในการจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับเพลง ให้คุณสร้างเพลง ส่งเพลง และเล่นเพลงในแบบสตรีมมิ่งโดยได้รับการสนับสนุนจากโปรแกรมยอดฮิต Microsoft Windows Media Player ซึ่งสามารถเล่น จัดการ และกำหนดค่าลิขสิทธิ์ของเพลงผ่านโปรแกรมในกลุ่มของ Windows Media Player สำหรับเทคโนโลนีด้านการบีบอัดแบบ WMA นี้ ทางไมโครซอฟต์พยายามปั้นให้เพลงทุกอย่างได้รับการเผยแพร่อย่างถูกลิขสิทธิ์ โดยไม่ได้ผ่านการแปลงหรือคัดลอกจนทำให้คุณภาพของเสียงด้อยลงไป ซึ่งทางโมโครซอฟต์เองได้ร่วมมือกับอุตสาหกรรมค่ายเพลงต่างๆในการกำหนดคุณภาพ ลิขสิทธิ์ของเพลง การส่งเสริมการขาย ภายใต้ลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ทั้งยังคงคุณภาพของเสียงเทียบเท่าซีดีและรองรับการเล่นเพลงกับเครื่องเล่นหลากชนิด นอกจากนี้ยังมีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่ารูปแบบ MP3 ครึ่งหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าคุณสามารถบันทึกเพลงไว้ในเครื่องเล่นได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

การป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงด้วย Digital Rights Manageme nt (DRM)

หลายๆคนที่ดาว์นโหลดเพลงมาจากเวปไซต์ที่ให้บริการดาว์นโหลดออนไลน์อาจพบปัญหาในการคัดลอกหรือนำมาเล่นในเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาไม่ได้ เนื่องจากตัวไฟล์เพลงได้รับการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์โดยการจำกัดจำนวนครั้งการฟัง จำกัดจำนวนครั้งในการคัดลอกไฟล์เอาไว้ และยังมีการปัองกันการแปลง (Convert) ไฟล์ไปเป็นรูปแบบอื่นอีกด้วย ตัวอย่างของการป้องกันคือ หากคุณดาว์นโหลดเพลงจากเวปไซต์ที่ให้บริการดาว์นโหลดเพลงออนไลน์ โดยคุณอาจโหลดมาฟรี แต่มีการจำกัดจำนวนครั้งที่ฟังได้ และห้ามคัดลอกไปยังอุปกรณ์อื่น หากคุณชอบเพลงนี้ จะต้องชำระเงินจ่ายค่าลิขสิทธิ์ของเพลงเพื่อฟัง แต่กระนั้น คุณก็ไม่สามารถคัดลอกแจกจ่ายเพื่อนฝูงได้ เนื่องจากมีการป้องกันเอาไว้ แต่หากคุณต้องการคัดลอกเพลงไปฟังในรถ หรือใส่ในเครื่องเล่นอื่นๆ คุณจะต้องยืนยันความเป็นตัวตนของคุณกับ Personal License Migration Service ที่เหมือนกับการขออนุญาตินำเพลงไปฟังที่อื่น

ดังนั้นสาเหตุที่คุณไม่สามารถฟังเพลงแบบ WMA ในเครื่องเล่นอื่นๆได้ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาติให้ฟังเพลงที่ได้รับการปกป้องลิขสิทธิ์และจำกัดเครื่องเล่น จำกัดจำนวนครั้งการฟัง และจำกัดจำนวนครั้งในการคัดลอกไว้นั่นเอง

ความแตกต่างระหว่างไฟล์ในรูปแบบ .asf, .wma, และ .wmv

หลายๆคนคงสับสนในการเล่นเพลงที่มีนามสกุลแปลกๆ โดยปกติการเล่นเพลงซีดีทั่วไปไม่มีปัญหา แต่กับไฟล์ MP3 ก็ต้องมีโปรแกรมที่เล่นเพลงในแบบ MP3 ได้ ไฟล์ WAV หรือ Midi ก็ต้องใช้โปรแกรมที่สามารถอ่านรหัสเพื่อเล่นเพลงได้ ส่วนไฟล์ในรูปแบบ Windows Media Fo rma t นี้มีหลายรูปแบบ เราจะพาคุณไปรู้จักกัน

WMA ไฟล์นามสกุล .wma เป็นรูปแบบการบีบอัดรูปแบบเสียง Windows Media Audio (
WMA) ซึ่งต้องใช้การเข้ารหัสด้วย Windows Media Audio codec

WMV ไฟล์นามสกุล .wmv เป็นรูปแบบการบีบอัดแบบ Windows Media Video (WMV) ซึ่งเป็นรูปแบบไฟล์ภาพและเสียง ซึ่งใช้ตัวเข้ารหัส Windows Media Audio and Video codec

Advanced Systems Fo rma t (ASF ) นามสกุล .asf ซึ่งจะเป็นการบีบอัดข้อมูลเสียงอย่างเดียว หรือทั้งภาพและเสียง ด้วยการเข้ารหัสด้วยรูปแบบของไมโครซอฟต์จาก Windows Media รองรับการบีบอัดด้วยตัว codec จาก Windows Media Audio and Video codec โดยไฟล์รูปแบบ ASF นี้ใช้ในการนำเสนอมัลติมีเดียแบบสตรีมมิ่ง ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยมีการรองรับจาก Windows Media SDK

——————————————————————————–
   

นำเสนอเรื่องราวของ Windows Media Format โดย
บริษัท คอมเซเว่น จำกัด
โทร 0-2627-5777
www.comseven.com

ผู้แทนจำหน่ายเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา Xenn
www.xenn-mp3.com

ข้อมูลจาก
http://www.mediatwins.com/FAQ/wma.htm
http://www.microsoft.com/windows/windowsmedia/format/asfspec.aspx
http://www.microsoft.com/windows/windowsmedia/default.aspx
http://www.videohelp.com
http://www.webspeakster.com/wma_files.htm
 

เพิ่มพลังซูโม่

Ah-so!’ หากคุณหลงไหลในความอึด จอมพลังของซูโม่ แปลงกายเป็นซูโม่ตัวโตได้ในพริบตาด้วย Inflatable Sumo Costume ที่ทุกคนต้องอมยิ้มเมื่อได้เห็น หากคุณอยากมีพลังแบบนั้นบ้าง ไม่ต้องยัดอาหารสารพัดเพื่อให้กลายเป็นจอมพลังอวดแฟน แค่คุณใช้ชุดซูโม่คุณก็ได้แสดงพลังซูโม่ได้ในพริบตา งานแฟนซีคราวนี้ไม่เอ้าท์แน่ ด้วยชุดซูโม่ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเนื้อผ้าไนล่อนที่สวมใส่สบาย ไม่ร้อน วิธีใช้ก็เพียงใช้พัดลมในตัวเป่าให้ชุดพองลมด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ AA 4 ก้อน แค่เปิดสวิตซ์ที่เอว จัดชุดให้พองโตแสดงพลังมหาศาล งานนี้ไม่อายใครแน่ สาวๆมองกันเหลียวหลังเลยล่ะ

ทำจากไนล่อน 100% ซักด้วยน้ำเย็นและผึ่งให้แห้ง ห้ามใช้เตารีด ใช้ได้กับทุกขนาดร่างกาย