เปิดโลกกว้าง สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับประเทศ สิงคโปร์

เมื่อวันที่ 3 – 5 กันยายนที่ผ่านมา เราไปเที่ยวสิงคโปร์กับคณะอาจารย์ มศว. พอดีว่าพ่อเราชวนไปด้วย ไปกับพวกอาจารย์เขา เก็บภาพมาฝาก เข้าไปดูได้ http://theme.keepalbum.com/?353585 
แล้วก็มีบ่นๆ ไว้อีกบล็อคนึง http://yokekung.exteen.com/ เข้าไปเยี่ยมชมได้นะคร้าบบบ

ด้วยรัก…และเข้าใจ

ด้วยรัก…และเข้าใจ

 

ความรักเหรอ ก็รัก ห่วง หวังดีไงล่ะ มันไม่เหมือนกันเหรอ???

 

จริงๆแล้ว ความรัก กับความเข้าใจ มันต้องอยู่คู่กันนะ

 

คำว่า "รัก" และ "เข้าใจ" จริงๆมันน่าจะเขียนติดกันนะ แต่ทำไมพอเรานำมาใช้จริงๆ เราเอามาแต่คำว่า "รัก" ล่ะ

และลืมเอาความ "เข้าใจ"  ไว้ที่บ้านหรืออย่างไร????

 

เวลาที่เราชอบใครสักคน … เราบอกได้เต็มปากว่า เรา "รัก"  เขา แต่ถ้าถามกลับกันว่า เรา "เข้าใจ" เขาไหม เราตอบไม่ได้ !!!

 

เวลาเรา "รัก"  ใครสักคน มันเหมือนคำว่า "ความรักทำให้คนตาบอด" ทิ้งเพื่อน ทิ้งบ้าน มาเพื่ออยู่ใกล้ๆกับคนๆนึง เพื่อมีความสุขกับคนๆนั้น เพียงเพราะคำว่า "รัก" 

 

อืมมม ความรักเหรอ ใครๆก็มีได้นะ รักคนโน้น ห่วงคนนี้ หวังดีกับคนนั้น นั่นสิเนอะ

"รัก"  นี่มันก็ง่ายดีเนอะ ใครๆก็บอกว่า "รัก"  ไม่มีเหตุผล ก็จริงนั่นแหล่ะ เหมือนเราตาบอดไปชั่วขณะหนึ่งเลย มีความสุข ได้ไปไหนมาไหนกับคนที่เรา "รัก"

 

แต่คำว่า "เข้าใจ" ล่ะ อืมมม ลืมคำนี้ไปได้ยังไงนะ รักคนนี้ไหม "รัก"  ห่วงคนนี้ไหม "ห่วง" ห่วงเพราะอะไร ห่วงเพราะ "รัก"

 

แล้วความ "เข้าใจ" ไปไหนซะแล้วล่ะ ดันลืมไว้ที่บ้านซะนี่….

 

เราพูดได้เต็มปากนะ "รัก" คนนี้ "ห่วง" คนนั้น หวังดี กับคนๆนี้ . . .

 

แล้วคำว่า "เข้าใจ" ล่ะ

 

จริงๆแล้ว คำว่า "รัก" และ "เข้าใจ" มันควรจะไปด้วยกัน ไม่ใช่แยกกันเดินคนละทางแบบนี้…

 

คนที่เรา "รัก" อาจไม่ได้หวังให้เรา "รัก" เขาเพียงอย่างเดียว แต่หวังที่สุดคือให้เรา "เข้าใจ" เขาก็พอ!!!

 

คำว่า "รัก" ไม่มีเหตุผล ก็จริงนะ แต่คำว่า "เข้าใจ" มักมีเหตุผลเสมอ ถูกต้องที่สุดเลยยย

 

ขอโทษ ขออภัยกับสิ่งที่ผ่านมา ต่อไปนี้เรา "รัก" ใคร เราก็ขอ "เข้าใจ" เขาด้วย

 

ผู้หญิงน่ะ ไม่ได้ต้องการความ "รัก" หรอกนะ แต่สิ่งที่เธอต้องการและคาดหวังมากที่สุดจากคนที่จะร่วมชีวิตด้วย คือ "เข้าใจ" ต่างหาก…

 

แม้มีคน "รัก" สักล้านคน แต่ก็ไม่เท่ากับมีคน "เข้าใจ" สักคนนึง ก็เพียงพอและมีค่าที่สุดในชีวิตแล้ว…

 

และแล้วเราก็ได้รู้ความจริงว่า … เธอคนนั้นไม่ได้ต้องการเพียงแต่ความ "รัก" เพียงอย่างเดียว แต่เธอ (และผู้หญิงทุกคน) ต้องการความ "เข้าใจ" มากที่สุด และเธอก็ได้แต่หวังว่า คนที่เรียกว่า "แฟน" จะเป็นคนที่ "เข้าใจ" เธอมากที่สุด ไม่ใช่คนที่ "รัก" เธอที่สุด…

 

 

รักแกว่ะ…เพื่อนเกลอ

"ความภูมิใจของการเขียนจดหมายไม่ได้อยู่ที่คนอ่านจะได้รู้สึกอย่างไร
แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งใจเขียนมันยังไงต่างหาก"
 
"เพื่อนสนิท" หนังเรื่องแรกที่ดูซ้ำถึง 2 รอบ อาจจะไม่มากเท่าคนอื่น แต่ดูซ้ำเรื่องแรกเลยทีเดียว
 
เพื่อนสนิทเหรอ มันมีค่าและมีความหมายมากๆเลยล่ะ จริงอยู่ ตอนนี้คนต่างทำงาน ต่างเรียนต่อ ต่างมีครอบครัว แต่ยังไง มิตรภาพ ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่เสมอ…ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
 
เมื่อวานไปดูหนังกับ "เพื่อนสนิท" ที่คบตั้งแต่สมัยมัธยม "จร" หนุ่มไอทีหน้าตี๋ ที่รับบทโปรแกรมเมอร์ ธนาคารแห่งหนึ่งที่ชื่อเหมือนเมืองหลวงของเรา ได้คุยเรื่องราวต่างๆ สมัยเก่า รักคนโน้น ชอบคนนี้ คนนี้เป็นยังไง มีเพื่อนที่ได้ดีมากๆคนนึงคือ "แมน" บุญศักดิ์ พลชนะ ตอนนี้เป็นนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไปแล้ว… ยินดีด้วยจริงๆ
 
จากการที่พูดคุยเรื่องเก่าๆ ทำให้เรานึกย้อนไปถึงอดีตที่น่าจดจำได้ นึกถึงความประทับใจดีๆ ที่มีในกลุ่มเพื่อน ผ่านมิตรภาพที่สวยงาม จริงใจ ไม่มีเสแสร้ง ไม่มีโกหก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ คิดถึงแกว่ะ…ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ "ไข่ย้อย" อย่างในหนัง
 
แต่ก็ประทับใจกับชื่อที่เพื่อนเรียกเป็นฉายา "อั๊ต" โดย หนุ่ย สาวน้อยร่างเล็กรั้วพ่อขุนที่กำลังจะจบต้นปีหน้า กับความรู้สึกดีๆ กับความเป็นเพื่อน
 
"เพื่อน" ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร มิตรภาพก็ยังคงเดิม เมื่อใดที่เปิดลิ้นชักกล่องความทรงจำดีๆ ความทรงจำนั้น
กลับทำให้เรายิ้มอย่างไม่รู้ตัว
 
รีกแกว่ะ…ไอ้เพื่อนยาก
 

เพื่อนสนิท…หนังสือที่ทุกคนแต่งได้

เข้าไปอ่านเวปที่เล่าเรื่องของ "เพื่อนสนิท" ชอบประโยคนี้มากๆเลย

 

"คนเราก็เหมือนหนังสือนั่นแหละ หน้าปกอาจจะบอกได้ว่า

หนังสือเล่มนั้นเป็นแนวไหน มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร

แต่ไม่มีใครรู้จักมันดีหรอก จนกว่าจะได้ลงมืออ่านมันด้วยตัวเอง”

ก็จริงนะ เราเจอคนๆนึงที่คิดว่า "ใช่" มันก็จริงนะ ถ้าเราชอบหนังสือเล่มนี้ ซื้อมัน อ่านมัน อาจจะชอบบทนี้ ไม่ชอบบทนี้ แต่เราไม่รู้หรอกว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร ทุกคนอยากให้จบแบบ Happy Ending ทั้งนั้นแหล่ะ

 

แต่ว่าก็อยู่ที่ว่า มันจะจบแบบไหน คนเขียนก็เขียนมาของเขา บางคนอาจจะชอบให้จบแบบนี้ บางคนอาจไม่ชอบให้ชอบแบบนี้ อยากจะจบอีกแบบ ก็ไปห้ามเขาไม่ได้…

 

 

ธรรมชาติเอาคืน

ยังจำตอนที่เรียนสังคมได้ไหม???? การตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรม ทำให้โลกร้อนขึ้น ทำให้เมื่อมีภัยพิบัติไม่มีต้นไม้ช่วยต้านแรงลม แรงน้ำ จึงเกิดความเสียหายมากอย่างประเมินค่าไม่ได้
 
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ประสบภัยธรรมชาตืแผ่นดินไหว หลายครั้งที่เกิดภัยพิบัติ เราอาจคิดว่าเป็นภัยธรรมชาติ มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ก็จริงอยู่ แต่ผลกระทบไม่น่าจะมากมายขนาดนี้ ไม่น่าจะสร้างความเสียหายมากขนาดนี้หากว่าเรายังมีต้นไม้ที่เขียวชอุ่มอยู่ หากว่าเรายังมีทุ่งหญ้าเขียวขจีเหมือนสมัยก่อน…
 
บัดนี้..ภัยธรรมชาติต่างๆได้คร่าชีวิตผู้คนมากมาย จากเหตุการณ์สึนามิ ทำให้เห็นได้ว่า ธรรมชาติลงโทษมนุษย์ที่ได้ทำกรรม ได้ตัดไม้ทำลายป่า ตอนที่เรียนสังคม พวกเราเคยคิดกันบ้างไหมว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ จะเกิดสึนามี โลกจะร้อนขึ้น ฝนก็ไม่ตกตามฤดูกาล หน้าหนาวก็หนาวเพียงช่วงเดียว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ ความสมดึลแห่งธรรมชาติถูกทำลายลงจนหมดสิ้นแล้ว … ถึงเวลาแล้วจะมนุษย์จะต้องรับกรรมจากสิ่งที่ทำลงไป การลงโทษจากธรรมชาตินั้นใหญ่หลวงนัก ธรรมชาติให้ความสุขกับทุกคน แต่เมื่อทุกคนทำลายธรรมชาติ ทำร้ายผื่นป่าที่อุดมสมบูรณ์แล้ว แน่นอนว่าธรรมชาติไม่เคยปราณีใคร… 
 
ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตึก อาคารสูง นิคมอุตสาหกรรมต่างๆได้ถูกสร้างขึ้น บ้านพักอาศัยของประชาชนมีมากขึ้น ทำให้ธรรมชาติหาได้น้อยเต็มที หากเราจะเห็นต้นไม้ ใบไม้เขียวขจี ในกรุงเทพหาได้สักกี่แห่ง ถ้าไม่ใช่สวนสาธารณะ
 
สิ่งต่างๆที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ได้ถูกมนุษย์ทำลายไปหมดแล้ว เพื่อสร้างบ้านเรือน สร้างห้างสรรพสินค้า ทำให้เวลาเกิดภัยต่างๆ ไม่มีต้นไม้ช่วยต้านแรงลม แรงน้ำที่ไหลบ่าเข้ามาได้เลย สภาพของเมืองที่จมใต้น้ำจึงเห็นได้ทุกวันนี้
 
เรามาร่วมกันรักษ์ประเทศ รักษ์ธรรมชาติของเรากันเถอะ
 
อย่าให้เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นกับเราและลูกหลาน รวมถึงคนที่เรารักเลย
 
อย่าให้บทเรียนวิชาสังคมกลายเป็นขยะเลย ทบทวนสิ่งที่เรียนมา แล้วลองมองให้เข้ากับยุคปัจจุบันได้แล้ว ว่าธรรมชาติเข้าใจมนุษย์แค่ไหน ไฉนเหตุใดมนุษย์จึงไม่เข้าใจธรรมชาติ ทำไมมนุษย์จึงทำลายธรรมชาติ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง การลักลอบค้าไม้เถื่อน การตัดไม้ทำลายป่า หยุดทำลายและทำร้ายธรรมชาติซะทีเถอะ 

เพื่อนสนิท….มิตรภาพกับความเป็นเพื่อนที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

"เพื่อนสนิท" ในแง่มุมหนึ่ง จากภาพยนตร์ที่ดำเนินเรื่องราวของความใกล้ชิด สนิทสนม จนกลายมาเป็นเพื่อนสนิท ด้วยความไว้ใจกัน รักกัน เป็นห่วงกัน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน…
 
ในความคิดเรา….เพื่อน ยังไงก็คือเพื่อน แม้เราไม่ได้ติดต่อกัน ต่างคนต่างยุ่ง ต่างคนต่างไม่มีเวลา ยังไงเมื่อเวลาผ่านไป "เพื่อน" ก็ยังคงเข้าใจเพื่อนเสมอ ยังคบกันที่ความไว้ใจ ความรักที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพ ความห่วงใยเพื่อน ดูแล เข้าใจเพื่อนเมื่อยามท้อ…ยามสิ้นหวัง หมดกำลังใจ "เพื่อน" พาเพื่อนให้ลุกขึ้นมาจากความผิดหวัง ปลุกขึ้นมาจากความเศร้าโศก แม้เราจะไม่ค่อยได้ติดต่อเพื่อน ยังไงเพื่อนก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
 
และแล้ว…วันนี้
 
เราก็ได้พบว่า ความเป็นเพื่อน แนบสนิทมากยิ่งขึ้น จากความเข้าใจ จากความห่วงใย จากความรัก จากมิตรภาพ จากความเป็นเพื่อน ที่ไม่มีวันจางหาย…
 
เพื่อนสนิทเหรอ…สมียมัธยมเลยนะ มี "หนุ่ย" สาวร่างเล็ก ที่เราสนิทมากที่สุด "จร" เพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกคนที่สนิทมากๆ แม้จะไม่ได้ติดต่อกัน แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่เสมอ "คิดถึงเพื่อนนะ" สมัยม.ปลาย "ตุลย์" "อาม" "แจ๊ค" พอมามหาลัย "เมย์" รุ่นน้องที่คณะ ที่สนิทกันมาก แม้จะห่างไปบ้าง แต่ยังไงก็ยังรักน้องคนนี้อยู่เสมอ ยังห่วงใย ยังเป็นกำลังใจ วันใดที่น้องเดือดร้อน นึกถึงพี่คนนี้ได้เสมอ กำลังใจไม่เคยท้อ วันใดที่ผิดหวัง น้องยังมาหาพี่คนนี้ได้เสมอ…และแล้ว ที่สุดของมิตรภาพ ความเป็นเพื่อน อยู่ที่นี่เอง … ความไว้ใจ ความห่วงใย มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ จะไม่มีทางลบเลือนความเป็น "เพื่อน"  
 
แล้วเรื่องราวแห่งมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ของเพื่อนคุณล่ะ
 

ข้อคิดดีๆ จากข่าว

ทุกวันนี้ ทุกคนอ่านข่าวกันทุกวัน มีทั้งข่าวดี ข่าวร้ายต่างๆ มากมาย เคยคิดบ้างไหมว่า
ทำไมเราไม่เอาข่าวที่เราได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ได้พบเห็นทุกวันเป็นข้อเตือนใจเราบ้าง…
 
รบราฆ่าฟัน ขัดแย้งต่างๆ หึงหวง ฆ่ากันตาย ต่างก็เกิดจาก อารมณ์ชั่ววูบ เท่านั้น ที่จะเปลี่ยนคุณจากที่ได้นอนสุขสบาย กลายเป็นไอ้ขี้คุก ทำไมไม่คิดก่อนทำ…
 
เมาแล้วขับ… ตายกันมานักต่อนัก ทำไมไม่คิดกันบ้าง ก็ยังดื่ม ยังกิน ยังขับ ยังเมาหัวราน้ำอยู่
 
โฆษณาก็เห็นกันมามาก เมาแล้วทำร้ายพ่อแม่ บาดเจ็บแค่ไหน พ่อแม่ก็ยังรักลูก …แล้ว ทำไมยังดื่มกันอีก
 
ข่าวที่คนโวยวายว่าตัดผมผิดทรง ก็น่าจะเป็นคติเตือนใจ ถ้ายังไงเป็นเพื่อนกันก็ไม่ทิ้งกัน ทำเพื่อนด้วยกันไม่ลงหรอก จบกับด้วยดีทั้งคู่ ไม่น่าจะเอาอารมณ์ชั่ววูบมาตัดสิน เกิดเพื่อนเป็นอะไรไป คนที่เสียใจคือตัวเขาเอง
 
คิดกันบ้างไหม…ว่า ข่าวมันก็เตือนใจเราได้
 
หา ข้อคิดจากข่าว ดีกว่าอ่านแล้วปล่อยให้ผ่านเลยไป…

ในมุมหนึ่งของความรัก

มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น แต่สามีเธอก็พยายามปลอบใจและให้กำลังใจเธอตลอด พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก เขาจึงพูดกับเธอว่า ให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ไหม? นาทีนั้น….เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้ วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ คนขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า “ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆ ครับ” เธอก็เลยถามว่า “อิจฉาเธอเรื่องอะไร?” คนขับรถเมล์ก็เลยบอกว่า “สามเดือนที่ผ่านมา ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง เขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้า มานั่งตรงเบาะหลังคุณ เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใยและตามคุณลงรถไป เขาเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย และตอนเย็นทุกๆ เย็น เขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ และคอยดูคุณจนคุณลงรถ” พอเธอได้ยินดังนั้น เธอก็น้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด เขาเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก หวังว่าทุกคนที่อ่านเรื่องนี้แล้ว ช่วยกลับไปมองความรักของเราอีกทีว่า ทุกวันนี้เรารักเขาหรือเธอแบบไหน……ขอให้มองความรักด้วยความอ่อนโยน……..

ฉันให้เธอ

ฉันคงให้เธอได้ไม่ทุกอย่าง
แต่จะทำทุกทางให้ใจไม่หม่นหมอง
อยากเป็นคนธรรมดาที่
เธอรักคอยเฝ้ามอง
พร้อมมอบความสุขให้ได้ซึ่งกันและกัน

เชื่อเถอะนะ ไม่ว่าอย่างไร
เธอจะมีค่ายิ่งใหญ่ต่อตัวฉัน
บางสิ่งชีวิต
อาจมีหลายๆสิ่งที่สำคัญ
แต่คนเดียวในความฝันของฉัน
นั้นคือเธอ

"ความรัก"

บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่ให้เราครอบครอง…
ไม่ผิด หากจะ รัก คนมีเจ้าของ แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน…

หน้าที่ของ ความรัก คือการ เดินไปมอบ ความรัก และยืนเฉยๆเพื่อรับมันไม่ใช่

การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา…

ในห้วง รัก การ ถูกรัก มันสุขใจ การ มอบ ความรัก มันอิ่มเอม
และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน…


ความรัก จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของ คนสองคน
ความรัก มิใช่ การเข้าไป เป็น ชีวิตเขา แต่คือการเข้าไป
อยู่ข้างๆชีวิตเขา…

คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรา รัก แต่ ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย…

ความรัก ระยะแรก ทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น
ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่ง ความรัก
แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า…
ในวันที่ ความรัก คงที่ สารกระชุ่มกระช่วยงดทำงาน
สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ ความเข้าใจ ล้วนๆ…
ความห่างไกล มันทรมาน เวลาเจอกันจึงหอมหวาน
และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก…
บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รักมักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย…

ผู้ชายแสดง ความรัก ด้วยการกระทำ ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จากคำพูด…

 

ขอยืมมาจากเมล์ของเจี้ยบ ขอบคุณมากนะ