Yokekung World

บอกต่อเล่าเรื่อง ไอที มือถือ 4G การตลาด หางาน การเลี้ยงลูก และครอบครัว

มุมมองของ Blogger กับประเด็น Blogger รับเงินอวยสินค้าหรือไม่ และ SR Review

พอดีได้เห็นกระทู้ใน Pantip ห้องมาบุญครอง ที่ได้ตั้งข้อสังเกตในกระทู้ [SR] Review (ถ้าใครไม่ได้เล่น Pantip คงจะงงๆ เพราะ Pantip เปิดโอกาสให้เขียนรีวิวสินค้าแบ่งเป็น CR – Consumer Review ซื้อมาใช้เอง SR – Sponsored Review รีวิวสินค้าที่มีเจ้าของสินค้าให้การสนับสนุนยืมเครื่อง) เพื่อให้ผู้อ่านทราบเจตนาของผู้เขียนก่อนเปิดอ่าน อ่านรายละเอียดได้จากภาพด้านบน

ส่วนของ blogger เองก็ได้นำข้อกำหนดแบบนี้มาใช้เหมือนกัน บล็อกผมถ้ารับเงินก็จะเขียนว่า Advertorial & Sponsored Content แต่ถ้ารับเครื่องมารีวิวฟรีๆโดยไม่มีค่าตอบแทนก็ระบุว่า Sponsored Content คือรับปากเขาไว้ว่าจะเขียนให้ แต่ไม่ใช่อวย อ่าน Disclaimer

ประเด็นที่เปิดในกระทู้ พูดถึงกระทู้ SR ต่างๆในห้องมาบุญครอง รีวิวเกี่ยวกับมือถือ บอกว่าแบรนด์ต่างๆนั้น ให้ความรู้สึกว่า เป็นกระทู้ที่ให้ความรู้ และเปรียบเทียบจากการใช้งานจริง แต่สำหรับกระทู้ SR ของ Samsung รู้สึกเหมือนดูโฆษณา หรือประกาศขายของ เพราะคนอ่านรู้สึกได้เองว่า กระทู้นั้นอวย และพูดแต่ข้อดี เหมือนถูกรับจ้างมาเชียร์

ปัจจุบันผู้อ่านทราบและแยกแยะได้อยู่แล้วว่า กระทู้ใดเป็นรีวิวที่ผู้เขียนซื้อมารีวิวเอง กระทู้ใดเป็นรีวิวที่ได้สปอนเซอร์ ถึงไม่บอก คนอ่านก็ดูรู้ได้ เพราะตอนนี้คนอ่านมีความแยกแยะได้เยอะ เจ้าของกระทู้บอกว่า ไม่ได้อคติกับผลิตภัณฑ์ของ Samsung แต่บางอย่างอวยเว่อร์

จากประเด็นนี้ พูดถึงความเป็นกลางของคนทำรีวิว ซึ่งหลายๆคนเป็นบล็อกเกอร์ ที่พบหน้าค่าตากันตามงานอยู่แล้ว ผมมองว่า การอวย อยู่ที่ตัวคน และความชอบแบรนด์โดยส่วนตัว ผมขอยืนยันตรงนี้ว่า แบรนด์ที่เชิญบล็อกเกอร์ ไม่เคยให้เงิน ไม่เคยจ่ายเงินให้อวย ไม่เคยบอกให้เชียร์ ถ้าจะบอกว่ารับเงิน เขาไปจ้างพวกเซเลปดังๆไม่ดีกว่าหรือ อันนั้นเรียกว่า Advertorial ไม่ใช่ SR

ถ้าใครมาร่วมงานพวก blogger day จะทราบว่า บล็อกเกอร์นั้น สับแหลกสินค้าของแบรนด์เละขนาดไหน ข้อเสียนั้นบอกหมด บอกในฐานะของผู้ใช้งาน ผู้บริโภค ไม่ใช่สื่อ ได้ใช้งานจริงๆ ทดสอบจริงๆ นำข้อเสียมาให้แบรนด์ได้ปรับปรุง

สำหรับผมแล้ว เวลารีวิว ผมจะบอกว่า คุณสมบัติเป็นยังไง แล้วใครที่เหมาะกับตัวนี้ ข้อเสียคืออะไร เช่น ถ้าชอบพิมพ์แนวตะแคง คีย์บอร์ดจะมาบังช่องพิมพ์ข้อความนะ อย่างนี้ เป็นต้น และถ้าอะไรที่เป็นข้อติ ก็จะบอกว่า ถ้าคุณชอบแบบนี้ คุณอย่าเอาเลย ไปเลือกรุ่นอื่นดีกว่า (ตัวอย่าง)

สื่อเมืองนอก มีการใส่รุ่นแนะนำ (ค่ายคู่แข่ง) ให้ด้วย ถึงแม้ว่าแบรนด์จะไม่ชอบ ว่าทำไมแนะนำแบรนด์คู่แข่ง แต่ถ้าบางจุดเป็นข้อเสีย ข้อตำหนิ หรือจุดด้อย แบรนด์ก็ควรจะยอมรับ

จากกระทู้ มีหลายคนที่โพสในทำนองที่ว่า บล็อกเกอร์คนนั้น คนนี้ ไปต่างประเทศ แล้วรับเงินอวย ซึ่งผมว่ามันขึ้นอยู่กับการแสดงออกของแต่ละคนต่างหาก สมมติว่าบล็อกเกอร์ไปต่างประเทศ 10 คน 8 คนอวย อีก 2 คนเฉยๆ ทำไมล่ะ เพราะเขาไม่อยากได้เงินเหรอ ไม่ใช่หรอกครับ ผมมองว่า บล็อกเกอร์แสดงออกยังไง คนอ่านเขาดูรู้แหล่ะครับ และผลเสียจะย้อนกลับมาที่ตัวเขาเอง หากสิ่งที่เขาอวย มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ เหมือนบล็อกเกอร์ร้านอาหาร บอกว่าบริการดี เยี่ยม ยอด เพราะไปใช้บริการเอง พอมาคนตามรีวิวไปทาน บริการแย่ อาหารไม่อร่อย ถามว่าผลเสียเกิดกับบล็อกเกอร์หรือไม่ หรือเป็นเพราะบริการของร้านแย่ลง??

บล็อกเกอร์คือ Consumer Review ตั้งแต่แรกนั่นแหล่ะ ไม่มีใครหรอกที่อยู่ๆก็ดัง อยู่เฉยๆก็ได้รับการยอมรับ ถ้าทำแบบนั้นแบรนด์เชิญทุกครั้งหรือ? บล็อกเกอร์เกิดจากคนธรรมดาที่ชอบรีวิว ซื้อมือถือมารีวิวเอง แล้วก็ขายไป หลายๆคนเป็นแบบผม รีวิวของตัวเองเพราะชอบเลยอยากแบ่งปัน พอเรารีวิวแบบ Consumer แล้วคนอ่านติดใจ ตามอ่านเพราะสไตล์ของตัวเราเอง จนเป็นที่ยอมรับ ตอนนั้นแบรนด์ถึงได้เชิญเราไปร่วมงาน ไม่ใช่ว่า ยูๆๆ มานี่ๆ มาอวยให้หน่อย รับตังนะ แบบนี้ใครจะไปเชื่อถือบล็อกเกอร์ล่ะ มันดูออกง่ายๆอยู่แล้ว

ผมยกตัวอย่างการอวยง่ายๆ อย่างพฤติกรรมคนๆหนึ่ง ไม่เคยได้ใช้มือถือแบรนด์นี้เลย อยู่มาวันหนึ่งก็มาบอกว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ถามว่าคนอ่านจะเชื่อไหม? ถ้าจะอวยแบบไม่ลืมหูลืมตา พอเขาถามการใช้งานก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในสคริปต์ หรือเผยไต๋ออกมาว่า ไม่ได้ใช้งานจริงๆ

แต่ถามว่า Bias เกิดขึ้นกับบล็อกเกอร์หรือไม่ ก็มีโอกาส เกิดจากความพึงพอใจในสินค้า ชอบสินค้าเป็นการส่วนตัว หรือใกล้ชิดกับแบรนด์ ถามว่าเพราะรับเงินหรือไม่ บล็อกเกอร์ทุกคนทำงานประจำ แล้วใช้เวลาหลังเลิกงาน วันหยุด ในการรีวิวมือถือ แนะนำ ประชาสัมพันธ์สินค้าตามที่เจ้าของผลิตภัณฑ์แนะนำ แบรนด์ไม่เคยบอกว่า เขียนอวยให้หน่อยนะ แต่แบรนด์บอกว่า ช่วยประชาสัมพันธ์หน่อยนะ คุณสมบัติ ฟีเจอร์ ตาม Fact ผมก็บอกไปตามจริงตามสไลด์ ลองเล่นดู ชอบ ไม่ชอบ ก็บอกตรงๆ มีข้อดี ข้อเสีย บอกหมด ไม่เคยไม่บอก และไม่เคยเชียร์

[เพิ่มเติม]

พูดไม่ได้เต็มปากว่า บล็อกเกอร์ไม่ได้รับตัง แต่ขอหมายเหตุว่า รับตังเพราะจ้างให้โปรโมทสินค้าตามจริง พูดตาม Fact ไม่ใช่การรับเงินจ้างให้อวย บล็อกเกอร์ก็ต้องมีจรรยาบรรณ ไม่ใช่รับตังแล้วอวยให้แบรนด์ แบบนั้นมันก็ดูถูกตัวเองเกินไป แถมยังดูถูกคนอ่านผู้มีพระคุณอีกด้วย จะไม่รอดในวงการเพราะคนอ่านไม่เชื่อถือนั่นแหล่ะ บอกตรงๆ ผมก็รับเงิน แต่รับเงินเพื่อประชาสัมพันธ์และบอกความจริง การจ่ายเงิน จ่ายเพื่อซื้อสื่อที่เรามี ให้เรากระจายทุก Social Network ที่เราใช้ แต่ไม่ใช่จ่ายเงินให้เขียนอวย ส่วนความเกรงใจ ก็มีกันบ้าง มีเหมือนกันที่บอกให้เขียนแล้วส่งมาให้ Proof ก่อน ผมก็จะหมายเหตุว่า แก้ให้เฉพาะ Fact นะ แต่ไม่เขียนอวยให้

ถึงแม้ว่าบล็อกเกอร์จะทำงานประจำ แต่ก็ไม่ได้อยากได้เงินมากมายจนตัวสั่น หวังอวยเพื่อเงินขนาดนั้นหรอกนะ เพราะเรามีคนอ่าน คนที่สนับสนุนเรามาตลอดเป็นผู้มีพระคุณ อย่าดูถูกบล็อกเกอร์จนเกินไป เพราะเขาก็คือคนธรรมดา ที่ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ก็เท่านั้น ภายใต้กรอบของ “ความจริง”

ขอเล่าประสบการณ์ทีเกิดกับตัว กับแบรนด์มือถือยี่ห้อหนึ่ง ยอมรับว่าได้รับสปอนเซอร์มาจริง (ให้เครื่องใช้ฟรี แต่ไม่ได้ให้เงิน) แต่ถึงอย่านั้น ผมก็บอกตามจริง ผมโพสบอกว่า แบตหมดเร็ว อเจนซี่แบรนด์นั้นติดต่อผมมาว่า ช่วยลบหน่อยได้ไหมคะ เพราะมีผลเสียกับแบรนด์ สุดท้ายสิ่งที่ผมทำคือ บอกความจริง ไม่เชียร์ ไม่อวย เพราะแบตหมดเร็วมันเป็นไปตามพฤติกรรมการใช้งานปกติของผมอยู่แล้ว คือผมจะบอกว่า ถ้าใครใช้งานหนักๆแบบผม รุ่นนี้ไม่เหมาะ คือว่า ถ้าจะซื้อก็ต้องยอมรับนะ ไม่ใช่ว่าแบตหมดเร็วแล้วมาด่าแบรนด์ ถ้าแบตหมดเร็วแล้วเราอวยว่าใช้ได้ทั้งวัน จะหลอกลวงคนอ่านไปทำไม สุดท้ายผมเองยังไปซื้อแบตก้อนใหม่ที่มีความจุเยอะกว่ามาใช้แทนเลยด้วยซ้ำ เหตุผลก็เพราะ แบตหมดเร็ว อย่างที่ผมบอกจริงๆ เรื่องแบบนี้ แบรนด์เขารับได้ครับ ผมบอกแบรนด์ไปตรงๆ แบรนด์เข้าใจบล็อกเกอร์ แบรนด์ไม่เคยว่า หากบล็อกเกอร์พูดตามจริง เพราะเขารู้ว่า หมดสมัยแล้วกับการเรียกคนมาอวย คนเขารู้กันหมดแหล่ะยุคนี้แล้ว

ผมเคยทำงานบริษัทไอที ที่ส่งสินค้าไอทีให้เว็บไซต์และสื่อต่างๆ มันก็มีภาพว่า สื่อนี้ติดภาพแบรนด์นี้เป็นสปอนเซอร์ พอเราส่งสินค้าแบรนด์เราให้ เขาก็ไม่รีวิว หรือรีวิวแล้วรับไม่ได้ที่แบรนด์สปอนเซอร์ของเขาด้อยกว่า เขาก็ไม่ยอมลงรีวิวให้ สุดท้ายผมก็ไม่ส่งให้ซะเลย นี่ผมบอกในมุมมองของแบรนด์นะ ว่าถ้าคุณทำตัวไม่น่ารัก อวยแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง สุดท้ายคุณก็อยู่ไม่ได้ เพราะแบรนด์อื่นหนีหมด

บล็อกเกอร์ต้องเคารพตัวเอง เคารพคนอ่าน การเชียร์ การอวย  อยู่ที่บุคคล และกระทู้นี้ก็ทำให้คนรีวิวมองย้อนดูตัวเองว่า เราเชียร์ อวย เกินไปหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเขียนต้องอยู่ในความเป็นจริง  เพราะทุกอย่าง คนอ่านจะตัดสินคุณในเรื่องความน่าเชื่อถือ ผมไม่อยากจะขายเพื่อน แต่บล็อกเกอร์คนหนึ่งก็เป็นตัวอย่างมาแล้ว อันนี้ผมไม่ได้ตัดสินเขานะ สังคมส่วนใหญ่ตัดสินเขาเอง

เคยมีคนทวิตว่า ทำไมบล็อกเกอร์ถึงไม่เคยพูดถึงข้อเสียของสินค้าเลย มีแต่อวย ผมยืนยันได้เลยว่า ตั้งแต่รีวิวมือถือมา 3 ปี (นับจากได้รับสินค้าจากแบรนด์) ไม่รวม Consumer Review ซื้อใช้เอง มีมือถือให้สปอนเซอร์มาทั้งหมด 2 รุ่นถ้วน ย้ำ 2 รุ่นถ้วน จากร้อยกว่ารุ่น แถมบอกความจริงทุกอย่าง ไม่มีหลอกลวง ไม่มีอวย ไม่มีเชียร์ ไม่มีการรับเงิน ไม่มีใต้โต๊ะ แถมรีวิวแล้วชอบก็ซื้อใช้เองด้วยซ้ำ ถามว่าทำไมบล็อกเกอร์ไม่พูดถึงข้อเสียของสินค้าเลย พูดครับ แต่พูดกับผู้ที่ดูแลแบรนด์นั้นๆโดยตรง นำกระทู้ ความเห็นของคนอ่าน มาบอกเจ้าของแบรนด์ เพียงแต่ไม่ได้ทวิตออกไปเท่านั้นเอง คนที่ไม่ได้อยู่ในงานอาจจะไม่ทราบและมองภาพว่า แบรนด์เรียกมาอวย ลองมาสักครั้งสิครับ บางงานก็เป็นงานเปิดนะ

และจากหัวข้อกระทู้ SR คือสปอนเซอร์ สำหรับผมนั้น สปอนเซอร์ ไม่ใช่ว่าต้องอวย แต่ขอบคุณที่เขาให้เครื่องมา และรับปากว่าจะเขียนให้ แต่ไม่ได้รับเงิน ถ้าจะรับเงิน แบบนั้นผมเรียกว่า Advertorial ครับ ไม่ใช่ Sponsored Review แต่ทำไมคนอ่านจึงตีความแบบนั้น อยู่ที่ตัวคนเขียนต้องพิจารณาแล้วล่ะครับ ผมเองก็เคยเจอกรณีว่า โดนหาว่าอวย ในกระทู้ สุดท้ายผมก็ไม่เขียน แต่ไปเขียนบล็อกตัวเองแทน จ่ายเงินเอง ออกตังเอง ไม่มีใครมาสปอนเซอร์บทความ ได้เครื่องมาก็รีวิวฟรีๆ เรื่องทานอาหารฟรี ไปต่างประเทศ อย่าเอามาผูกรวมกับบล็อกเกอร์ดีกว่าครับว่ารับเงินหรืออามิสสินจ้าง ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า สื่อก็ไปต่างประเทศเหมือนกัน ไปงานแถลงข่าวก็กินข้าวฟรีเหมือนกัน สื่อยังมีจ่ายเงินถึงจะลงให้ แต่บล็อกเกอร์นี่ลงให้ฟรีๆ ค่ารถก็ออกเอง ไปงานๆนึง บางคนเสียค่าจอดรถก็เยอะ ก็ออกเองทั้งนั้น ถามว่าอวยเหรอ รับเงินเหรอ สมัยนี้มันไม่มีแล้วครับ ใครจะไปอวยให้คนไม่เชื่อถือตนเองเล่า

อย่างผมรับสินค้ามารีวิวหลายแบรนด์ ตัวบล็อกเกอร์เองก็ต้อง balance ดีๆ ทำให้ทุกแบรนด์ แบรนด์ไหนไม่ส่งก็ไม่รีวิวเท่านั้นเอง ข้อดีข้อเสียก็บอกหมด ไม่มีอวยค่ายไหน เพราะอย่าลืมว่า เวลาเราไปงานไหน เราก็ทวิต ค่ายแบรนด์คู่แข่งก็ทราบว่าเราไปที่ไหน รับเครืองค่ายไหนมารีวิว โลก Social Network นี่รู้กันหมดแหล่ะครับ เพียงแต่ว่า อย่าอวยจนเกินไป และถ้าอวยก็อย่าเกินจริง คนเขาอ่านแล้วมันไม่จริง จับได้มันจะไม่คุ้มและเสียความน่าเชื่อถือตนเองไป

ขอบคุณกระทู้นี้ครับ ที่ทำให้รู้ว่า คนอ่านมองภาพคนรีวิวยังไง และผมยืนยันครับ บล็อกเกอร์ไม่ทำให้ภาพตัวเองแย่และหมดความเชือถือจากการอวยแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งหรอกครับ ไม่เช่นนั้น แบรนด์อื่นก็ตัดหางบล็อกเกอร์คนนั้นเหมือนกัน แล้วสุดท้ายเขาจะอยู่ยังไงครับ?

อ่านเพิ่มเติม กระทู้ MBK Storify @iannnnn

 

One thought on “มุมมองของ Blogger กับประเด็น Blogger รับเงินอวยสินค้าหรือไม่ และ SR Review

  1. Pingback: wjxgroucm

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.