Yokekung World

บอกต่อเล่าเรื่อง ไอที มือถือ 4G การตลาด หางาน การเลี้ยงลูก และครอบครัว

เก็บประเด็นจากงานสัมมนา K SME Care Business Forum 2011

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนา K SME Care Business Forum 2011 5 มิติพลังสร้างสรรค์ ผลักดันความสำเร็จ SME ไทย ซึ่งเป็นมิติใหม่ของการจัดสัมมนาในโรงภาพยนตร์ งานนี้จัดโดยนักศึกษา K SME Care รุ่นที่ 14 ที่อบรมด้านการเป็นผู้ประกอบการ SME ของธนาคารกสิกรไทย ​โดยจัดสัมมนาพร้อมกัน 5 โรงภาพยนตร์ ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 6 สยามพารากอน เมื่อวันพุธที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา (รายละเอียดหัวข้อสัมมนา)

ไปถึงงานตั้งแต่ยังไม่ถึง 8 โมงดี โชคดีที่ว่า BTS หมอชิตมี McDonald ขาย ก็เลยกินพายทูน่ารองท้องก่อนเข้างาน ลงทะเบียนแล้วได้กิ๊ฟเซ็ตจาก นิติพล คลีนิค โดยห้องสัมมนาที่ผมลงทะเบียนคือกลุ่ม Creative Innovation (Innovate or Die??) โดย นพ.นิติพล ชัยสกุลชัย ประธานบริษัท นิติพล คลินิก จำกัด และคุณทอม ศรีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นโซโก้ (ประเทศไทย) จำกัด แต่เสียดายมากที่ นพ.นิติพล ป่วย จึงเดินทางมาบรรยายไม่ได้ งานนี้จึงได้ฟังคุณทอมแบบเต็มๆ กับอีกห้องนึงที่ฮือฮามากก็คือห้องของคุณตัน ภาสกรนที จาก อิชิตัน Creative Communication (สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ไปกับตัน ไอเดียไม่มีตัน)

 

แนวคิดที่ผมได้จากการสัมมนา ก็คือ ผู้ประกอบการ SME ไม่ต้องใช้เงินเยอะในการทำการตลาด แต่ใช้ไอเดียและแนวคิดที่แปลกและแหวกแนว จนทำให้ “โดนใจ” และ “มัดใจ” ผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป มีแนวคิดในการทำธุรกิจหลายๆอย่าง เช่นการทำ Social Commerce ก็ช่วยผู้ประกอบการในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการได้ โดยเหมือนกับการช่วยผู้ขาย และเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อ จากผลการวิจัยพบว่า คนไทยชอบสินค้าราคาถูก เพราะดูที่ราคา และดูที่ Value และปริมาณที่จะได้รับต่อหน่วยเงิน สินค้าลดราคาจึงกลายเป็นปัจจัยในการซื้อสินค้า เพราะคนไทยอยากจะประหยัด อดออม แต่ก็อดไม่ได้กับป้าย SALES จึงรอซื้อสินค้าในช่วงลดราคา บางชิ้นซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ แต่ขอให้ได้ซื้อเพราะมันลดราคาถูก รวมไปถึงการช่วยผู้ขายในการนำสินค้าและบริการออกสู่สายตาคนทั่วไปให้ Mass มากขึ้น

สำหรับ Ensogo ไม่ได้ขายคูปอง ไม่ได้ขายส่วนลด แต่ขายสิ่งที่ตอบพฤติกรรมและความต้องการของคน ล่าสุดจากกระแสที่เมเจอร์ขึ้นราคาตั๋วหนังมหาโหด Ensogo ก็จับจุดนี้ตรงเวลาเป๊ะ ทำให้ขายตั๋วในราคาพิเศษได้ร่วม 60,000 ดีล เพราะความต้องการของคนไทยคือ อยากดูหนังราคาถูกกว่าที่เป็นอยู่ และแอนตี้โฆษณาที่ฉายตัวอย่างหนังร่วมครึ่งชั่วโมง แถมยังขึ้นราคาตั๋วอีก ส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมีมากขึ้น ตอนนี้ทาง Ensogo มีการใช้งบการตลาดมากถึง 96 ล้านบาท เพื่อดึงลูกค้าเข้าเว็บและเผยแพร่สินค้าและบริการของลูกค้า (ผู้ขาย) ผ่านดีลต่างๆและกระจายผ่าน Social Networks และจากการที่คนไทย 66 ล้านคน มีจำนวนมือถือ 69 ล้านเครื่อง นั่นแสดงว่า หนึ่งคน ถือมือถือมากกว่า 1 เครื่อง เป็นรูปแบบและช่องทางในการทำการตลาดด้วย

สิ่งสำคัญของ Ensogo ที่คุณทอมบอกก็คือ หากไม่มีงบการตลาดมาก ก็ให้เอาส่วนลดสินค้าและบริการนี่แหล่ะมาเป็นงบการตลาด ช่วยให้คนได้รู้จักและทดลองใช้สินค้ามากขึ้น โดยพิธีกรในงานได้แซวและเปรียบเทียบการแพร่กระจายของ Social Networks ว่า พับเพียบไทยแลนด์ พุ่งเป็นแสน likes ภายในเวลา 41 ชั่วโมง คุณทอมมีการดูแลพนักงาน การเลี้ยงอาหารกลางวันพนักงานเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน ดังนั้นจึงทำให้ Ensogo เป็นเหมือ Merchant เป็นห้างลดราคาที่ทุกคนแวะเวียนเข้ามาดูสินค้าและติดตามแบรนด์ที่ตนเองชื่นชอบบ่อยครั้ง รวมไปถึงการแชร์บน Social Networks ด้วย แต่พฤติกรรมที่คนไทยเป็นก็คือ รอราคาลดลงแล้วค่อยซื้อ ช่วงที่ไม่ลด ก็ไม่ซื้อ จะรอช่วง Sales ก่อน คุณทอมบอกว่าการทำธุรกิจ ต้องมาด้วยวิสัยทัศน์และการมองจุดเดียวกัน นั่นคือพนักงานต้องมองเป้าหมายเดียวกันทุกคน และจะรู้สึกว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน ก้าวไปพร้อมกัน

โดยจุดหลักๆที่ Social Commerce เติบโตจาก E-Commerce ก็คือ คนไทยอยากประหยัด อยากเก็บออม ตั๋วคูปองลดราคาก็เลยมีส่วนช่วยให้คนกระตุ้นการซื้อ อยากลอง อยากทดลองใช้สินค้าและบริการก่อน ส่วนตัวผมเคยดูดีลสปา แต่ยังไม่ซื้อ ไปลองใช้บริการที่สปาก่อน ในราคาพิเศษโปรโมชั่นปกติของทางร้าน แล้วถ้าชอบก็ค่อยซื้อดีลไปใช้บริการอีกครั้ง

แต่ไม่ใช่ว่า รอแต่ช่วงโปรโมชั่นลดราคาแล้วค่อยซื้อ แบบนั้นก็จะเสียนิสัยและพฤติกรรมเปลี่ยนไป แต่อยากให้แข่งขันกันด้วยกลยุทธ์ในการ “มัดใจ” ลูกค้า มากกว่าค่ายนึงลดราคา อีกค่ายลดราคาตาม จนราคาเละทั้งตลาด

ซึ่งการนำเอา Social Networks มาช่วยในการทำธุรกิจ นั่นคือ การประชาสัมพันธ์และการบริหารแบรนด์ ไม่ต้องยึดติดว่าเงินเยอะเงินน้อย มันอยู่ที่กึ๋นและความกล้ากับความท้าทาย

ปิดท้ายนิดนึง คุณทอมบอกว่า จะพยายาม “เจียด” เวลา มาเล่น Facebook อย่างน้อยวันละ 10 นาทีให้ได้เพราะยุ่งมาก นี่ขนาดยุ่งมาก แต่ก็ใช้ประโยชน์จาก Social Networks ได้มากทีเดียว

ขอบคุณนักศึกษา KSME Care รุ่นที่ 14 และธนาคารกสิกรไทยที่จัดงานนี้ขึ้นมา ขอบคุณ TaradSOLUTION ที่จัดการถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ต ขอบคุณพนักงาน นักศึกษา ผู้เข้าอบรมทุกท่านครับ

ภาพถ่ายจาก HTC Flyer สนับสนุนการให้ยืมเครื่องโดย HTC และบางภาพใช้ iPhone ถ่ายครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.